ชีหยวนเห็นนางสีหน้าซีดเซียว จึงเลิกคิ้วถามขึ้นว่า “หวาดกลัวหรือ?”
มิรู้เพราะเหตุใด ที่แท้ก็ควรจะต้องหวาดกลัว แต่ทว่าหลี่ฮวากลับมิได้รู้สึกว่ารับมิได้เท่าใดนัก
นางส่ายหน้า แล้วเอ่ยเสียงเบา “หากมิได้ท่านอาจารย์ช่วยชีวิตไว้ อีกไม่กี่วัน กระหม่อมก็คงกลายเป็นศพเช่นนี้ ถูกทิ้งลงหลุมรวมศพอย่างไม่ใยดี แม้กระทั่งชื่อก็มิได้หลงเหลือไว้”
นางจึงมิได้หวาดกลัว
คนดีเช่นคุณหนูชีหยวน ย่อมต้องมีเหตุผลของนางในการทำทุกสิ่ง
หากมิใช่เพราะจำเป็นต้องสังหารคนเหล่านี้จริง ๆ หลี่ฮวาเชื่อว่าชีหยวนคงมิลงมือ
ครั้นเห็นหลี่ฮวาเอ่ยเช่นนี้ ชีหยวนก็ยิ้มน้อย ๆ ลูบศีรษะนาง แล้ว “อืม” ขึ้นหนึ่งเสียง “เช่นนั้น ข้าจะบอกเรื่องสำคัญยิ่งแก่เจ้า เจ้าจงจำไว้ให้ดี มิให้ลืมเลือน ได้หรือไม่?”
หลี่ฮวารีบตั้งสติขึ้นมาทันที “ได้เจ้าค่ะ! คุณหนูวางใจได้ กระหม่อมแม้ต้องสังขารเป็นเชือกคาด หญ้าเป็นเครื่องผูก ก็จักตอบแทนพระคุณท่านให้จงได้!”
ประโยคนี้คงเป็นคำที่นางเรียนรู้มาจากเหล่าองครักษ์คุ้มกัน แต่บัดนี้ในที่สุดได้ใช้เสียที
ชีหยวนอดที่จะหัวเราะมิได้ “มิได้ร้ายแรงถึงเพียงนั้นดอก ข้าเพียงต้องการให้เจ้าไปยังเมืองหลวงเพื่อส่งข่าวให้ข้าท่านั้น”
หลี่ฮวาแม้มิรู้แม้กระทั่งว่าประตูเมืองหลวงอยู่ทางทิศใด แต่เมื่อชีหยวนเอ่ยเช่นนี้ นางก็บังเกิดความกล้าหาญขึ้นมาอย่างน่าประหลาด มิได้แม้แต่จะถามว่าเป็นข่าวอะไร ก็รับปากอย่างหนักแน่น
ชีหยวนเป่าปากเป็นสัญญาณ ฉับพลันก็มีชายชุดดำหลายคนปรากฏกายขึ้น เคลียร์ศพเหล่านั้นจนหมดสิ้น
