ชีหยวนเอนกายพิงพนักเก้าอี้ จ้องมองชีเจิ้นด้วยแววตาจริงจัง "คำตอบอยู่ตรงหน้าแล้ว มิใช่หรือ?"
ชีเจิ้นแทบไม่อยากเชื่อหู หากเป็นเมื่อก่อน มีผู้น้อยในครอบครัวบังอาจมาแข่งดีกับตนในเรื่องราชการเช่นนี้ เขาคงตบมันจนจำหน้ากันไม่ได้แล้ว
แต่ครานี้ กลับต้องเผชิญหน้ากับชีหยวน กลับได้ฟังอย่าแปลกประหลาดด้วยความจริงจัง
มิอาจไม่ฟัง
ตั้งแต่เรื่องที่ฮั่นเยว่เอ้อจุดไฟเผาหอบรรพชน ชีหยวนพูดสิ่งใด สิ่งนั้นก็เป็นจริงทุกประการ
นางจะเชิญองค์หญิงใหญ่ องค์หญิงใหญ่ก็เสด็จมาจริง
นางว่าเป็นฮั่นเยว่เอ้อเป็นคนทรยศ ฮั่นเยว่เอ้อก็เป็นเช่นนั้นจริง
ชีเจิ้นจ้องมองชีหยวนอย่างจริงจัง "แต่... แต่ไท่จื่อประชวรอ่อนแอ!"
ไท่จื่อประชวรอ่อนแอ ตระกูลเฟิงก็มิได้รุ่งเรืองดังก่อน หลายปีก่อนเคยทำความผิดถูกเนรเทศไปหลิงหนาน
ฮองเฮาเฟิงมิได้โปรดปราน
ทุกคนต่างเฝ้ารอ รอคอยวันไท่จื่อสิ้นชีพ ไท่จื่อตายเมื่อใด ตำแหน่งฮองเฮาของฮองเฮาเฟิงก็มิอาจรักษาไว้ได้อีก
ส่วนเซียวอวิ๋นถิงหรือ?
แม้จะเป็นบุตรชายคนโตของไท่จื่อ หลานคนโตของฮ่องเต้หย่งชาง
แต่ก็ไม่มีใครเชื่อว่าเด็กน้อยคนนี้จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้
ทางที่ดีที่สุดในอนาคตของเขา ก็คงเป็นเพียงแค่เชื้อพระวงศ์ที่ไม่ได้เรื่องราว ถึงขั้นถูกกักขังอยู่ในวังตลอดชีวิต
บัดนี้ ชีหยวนกลับจะโน้มน้าวให้พวกเขายอมเข้าด้วยกับเซียวอวิ๋นถิง?
ชีเจิ้นสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
ชีหยวนเลิกคิ้ว "ข้ารู้ว่าท่านพ่อยังมีข้อกังขา พวกท่านรออีกสองสามวันก็ได้"
