โจวผิงมีหนวดเครารุงรัง สองวันนี้เห็นทีว่าจะถูกเรื่องวุ่น ๆ รบกวนจนไม่เป็นอันดูแลตัวเอง
ได้ยินคำของยุยเอ้อเหย่ เขาถึงกับตั้งสติได้ แล้วหันไปมองยุยเอ้อเหย่ด้วยแววตาที่มีความหวังปนอยู่เล็กน้อย ถามขึ้นว่า "ท่านลุง ท่านกลับมาแล้ว ทางฝั่งนั้นว่าอย่างไรบ้าง?"
ว่าอย่างไร?
ยุยเอ้อเหย่เห็นหน้าเขาแล้วก็ขุ่นเคือง "ยังจะให้ว่าอย่างไรได้อีก? เรื่องที่พวกเจ้าทำมันโหดร้ายเกินไปแล้ว!"
บาดแผลที่ศีรษะของชีฟางอวิ๋นเขาได้เห็นแล้ว ถึงจะพันแผลไว้อย่างเรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังดูน่าตกใจ แสดงว่าในเวลานั้นคงได้รับบาดเจ็บสาหัสจริง ๆ
ท่านย่าโจวสมัยสาว ๆ ก็ชอบตีเด็กอยู่แล้ว ใครจะคิดว่าพอแก่เฒ่าไปก็ยังไม่เปลี่ยนนิสัย ตีคนได้รุนแรงถึงเพียงนี้
นางเป็นถึงคุณหนูสูงศักดิ์แห่งจวนโหว พวกเขานี่มันทำให้จวนโหวโกรธจนถึงที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ?
สีหน้าของโจวผิงมืดครึ้มลง
เขาอดไม่ได้ที่จะแค้นเคือง "ก็เพราะหญิงชั่วคนนี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หากไม่ใช่นาง เรื่องก็คงไม่บานปลายถึงเพียงนี้!"
...
ยุยเอ้อเหย่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปได้ ทำได้เพียงถามเขาว่า "ตอนนี้พูดอะไรก็ไร้ประโยชน์แล้ว เจ้าคิดจะทำอย่างไร? เรื่องนี้มันใหญ่โตเกินไป..."
หากผู้ที่ทุบซุ้มเชิดชูพรหมจรรย์เป็นคนอื่น ยังพอใช้กำลังและอิทธิพลกดข่มได้ เพียงแค่บอกว่ามีคนแพร่ข่าวลือใส่ร้ายตระกูลโจวโดยเจตนา
แต่ที่ไหนได้ คนลงมือกลับเป็นลูกหลานของตระกูลตัวเอง!
