สัตว์อสูรจักรกลร่างมหึมาราวขุนเขา รูปร่างคล้ายเต่าดำ ทั่วทั้งร่างเป็นสีแดงฉาน
ไออำมหิตถาโถมซัดม้วนตัวเข้ามา
“นี่มันสัตว์อสูรขั้นสี่ที่ไหนกัน?”
“นี่มันสัตว์อสูรจักรกลขั้นห้าช่วงปลายชัด ๆ!”
“พลังเทียบชั้นระดับแก่นทองเทียมได้เลย!”
หลี่หย่วนเต้าถอนหายใจเบา ๆ พลางอุทาน
สัตว์อสูรจักรกลขั้นห้าตรงหน้านี้ หากก้าวเข้าสู่ขั้นหกเมื่อไหร่ ก็จะสามารถต่อกรกับบรรพจารย์ระดับแก่นทองได้แล้ว!
สิ่งนี้ จะเป็นแค่ขั้นสี่อย่างที่ปู้ชิงโฉวกับหลัวเฉินเจวี๋ยบอกได้อย่างไร เห็นชัด ๆ ว่ามันคือขั้นห้าที่น่าสะพรึงกว่า!
พูดได้แค่ว่าสองคนนั้นสำรวจสถานการณ์ที่นี่ไม่ชัดเจน
เจ้าเต่าดำอสูรตัวนี้ ลายลักษณ์อักขระทั่วร่างทำงานอย่างบ้าคลั่ง ไอปีศาจอันน่าสะพรึงล้วนถูกกระตุ้นออกมาจากลายลักษณ์อักขระอันทรงพลัง
ดังนั้นหลี่หย่วนเต้าจึงจำมันได้ตั้งแต่แรกเห็น
สัตว์อสูรจักรกลร้ายกาจและแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรในขั้นเดียวกันมาก!
ขอแค่ศิลาจิตวิญญาณที่ใช้ค้ำจุนลายลักษณ์อักขระยังเพียงพอ การโจมตีก็จะไม่หยุดยั้ง!
“ท่านผู้อาวุโส ท่านบอกว่าเจ้าสิ่งนี้คือสัตว์อสูรจักรกล? ถูกมนุษย์ปรุงแต่งขึ้นมา? เป็นไปได้อย่างไรกัน?”
“แล้วดูจากไออำมหิตของมัน ก็ไม่ใช่แค่ขั้นสี่เลยด้วยซ้ำ!”
ปู้ชิงโฉวอุทานด้วยความตกตะลึง
หลัวเฉินเจวี๋ยที่อยู่ข้าง ๆ สูดลมหายใจเย็นเยียบ พลางถอนใจ “ดูท่า ตอนแรกพวกเราประเมินผิดพลาดไปแล้ว!”
“การเข้าไปยังส่วนลึกของป่าทึบหมอกมัวจากทางนี้ ไม่ได้ง่ายเหมือนเข้าจากที่อื่นเลย!”
“ยังมีสัตว์อสูรจักรกลอีกหลายตัวที่ซ่อนอยู่ ยังไม่ออกมา รับมือไม่ง่าย!”
ปู้ชิงโฉวพูดอีกครั้ง
หลี่หย่วนเต้ายิ้มจาง ๆ “อย่างน้อยก็มั่นใจได้อย่างหนึ่ง เดินหน้าต่อจากที่นี่ สามารถเข้าสู่ส่วนลึกของป่าทึบหมอกมัวได้! ไม่ต้องมาเสียเที่ยว หรือวนไปวนมาในที่เดิมหาทางไปต่อไม่เจอ! เราแค่เดินตามเกาะลอยไปเรื่อย ๆ ก็พอ…”
