เมื่อเห็นทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนม เพื่อนบ้านที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็พากันสีหน้าเปลี่ยนไป
พวกเขารู้จักกันเหรอ?
ยุ่งละสิ!
หลายคนมีสีหน้าย่ำแย่
จางจื่อเฉียงไอ้เดนสังคมนี้ คงจะกำจัดไม่ได้แล้ว!
ต่อไปพวกเขาคงต้องลำบากเหมือนครอบครัวหวงเหิงแน่ ๆ!
“ท่านครับ เขาพูดมั่วทั้งนั้น!”
“เห็น ๆ กันอยู่ว่าเขาตามติดลูกสาวผม แถมยังจะลวนลามอีก ถึงขั้นขู่คืนนี้จะย่องเข้าบ้านผม เพื่อจะกับลูกสาวผม…”
หวงเหิงฟังบทสนทนาของทั้งสองก็ไม่พอใจ รีบเข้าไปข้างหน้า พูดด้วยความโมโห
“แกว่าอะไรนะ?”
“ลวนลาม? ย่องเข้าบ้านแก?”
“พูดอะไรต้องมีหลักฐานนะ!”
เหลียงปินหน้าถมึงลง เอ็ดว่า “จางจื่อเฉียงก็แค่มาทำเป็นแขกที่บ้านแก ไฉนถึงถูกแกว่าเลวร้ายได้ขนาดนี้!”
หวงเหิงอ้าปากค้าง เขาคาดไม่ถึงว่าเหลียงปินจะเข้าข้างกันอย่างออกนอกหน้าขนาดนี้ แต่ก็ยังพยายามพูดว่า “ลูกสาวผมไม่ได้ชอบเขาเลย แล้วก็ไม่สนิทกับเขาด้วยนะครับ! เราไม่ต้อนรับให้เขามาเป็นแขก! ได้โปรดเถอะครับท่าน ช่วยเป็นธุระให้เราด้วย!”
“ลูกพี่ลูกน้อง ลูกสาวเขาเก็บจดหมายรักของผมแล้วนะ ตกลงรับคำสารภาพรักของผมแล้ว จะเป็นผู้หญิงของผม!”
ตอนนั้นเองจางจื่อเฉียงก็พูดขึ้นหน้าด้าน ๆ
“ฉ… ฉันเปล่านะ…”
หวงเจียอวิ๋นเดือดจัด พูดด้วยความโกรธ
จางจื่อเฉียงส่ายหัว “จดหมายรักก็อยู่ในกระเป๋านักเรียนเธอ! แล้วเธอก็บอกเองว่าคืนนี้ให้ฉันมาเป็นเพื่อน! อย่ามาเล่นกับความรู้สึกฉันนะ! สมัยนี้ เธอจะใช้เงินฉัน ใช้งานฉันเป็นลูกจ้างก็ได้ แต่มาเล่นกับความรู้สึกฉันไม่ได้นะ!”
“ในเมื่อเธอตอบรับเขาแล้ว แต่พักเดียวก็เล่นกับความรู้สึก นี่มันก็ผิดที่เธอแล้วสิ?”
เหลียงปินขมวดคิ้ว มองไปที่หวงเจียอวิ๋น พูดกลับดำเป็นขาวต่อหน้าต่อตา “เรื่องของคนหนุ่มสาว ก็อย่าเพิ่งเลิกกันเลย พวกเธอกลับเข้าไปในบ้าน นั่งลงดี ๆ ค่อย ๆ คุยกันดี ๆ เถอะ!”
คำพูดพวกนี้ทำให้หวงเหิงกับชาวบ้านฟังแล้วอึ้งไปตาม ๆ กัน
แม้แต่หลี่หย่วนเต้ายังฟังแล้วอึ้ง นี่มันก็ดำปี๋เกินไปแล้วนะ!
นี่ไม่ใช่แค่ทุจริตแต่อย่างใด มันเน่าเฟะเลยต่างหาก!
“ลูกพี่ลูกน้อง… พวกเขา… ทำอย่างนี้ได้ยังไง…”
