เมื่อเวลาผ่านไป
อาชิคางะ อาโอกิดูดกลืนเลือดที่มากขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของเขาพลันเต็มไปด้วยแสงสีเลือด กลิ่นอายสังหารพลุ่งพล่าน
ในที่สุด
ใบหน้าของอาชิคางะ อาโอกิก็เริ่มบิดเบี้ยว
เห็นได้ชัดว่าขณะที่เขาฝึกฝน ร่างกายก็ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
“อ๊ากกก...”
“ยังไม่พอ!”
“ต้องดูดกลืนต่อไป ดูดกลืนอีก!”
“อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวก็สำเร็จ!”
“ถ้าทำสำเร็จ ก็ไม่ต้องใช้ไม้ไฟศพแล้ว!”
ทันใดนั้นอาชิคางะ อาโอกิก็ส่งเสียงแหบพร่าต่ำ
เสียงที่ฟังแล้วขนลุก
ผู้แข็งแกร่งแห่งตระกูลอาชิคางะที่เฝ้าอยู่รอบๆ ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
แต่ก็ไม่มีใครกล้าก้าวเข้าไปในลานบ้าน ทำได้เพียงทำเป็นไม่ได้ยิน
ส่วนอาชิคางะ อาโอกิในตอนนี้ก็กัดฟันพูดว่า “ในเมื่อข้าได้ฝึกฝนคัมภีร์กระหายเลือดแล้ว ข้าจะต้องทำให้สำเร็จ! มิเช่นนั้นตัวข้าก็จะตายดับสูญ และตระกูลอาชิคางะก็อาจจะล่มสลายตามไปในไม่ช้า...”
เมื่อคิดถึงตรงนี้
ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเขาก็ยิ่งแน่วแน่ขึ้น
จากนั้นร่างกายก็ส่งเสียงดังกึกก้องรุนแรงยิ่งขึ้น พลังดูดกลืนอันน่าสะพรึงก็ปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม
รอบตัวเขาเริ่มก่อตัวเป็นวังวนหลายสาย ดูดกลืนเลือดรอบข้างเร็วขึ้นอย่างมาก
...
ทางตะวันออกของเอโดะ
บนทะเลกว้างใหญ่ มีเกาะที่ห่างไกลผู้คนแห่งหนึ่ง
แต่เดิม
ที่นี่ไม่มีใครสนใจ
ทว่าตอนนี้
เกาะแห่งนี้กลับคึกคักขึ้นมา
เรือยอทช์และเรือเร็วจำนวนมาก อย่างน้อยก็ราวร้อยลำ มารวมตัวกันที่นี่
บนเรือ
ผู้แข็งแกร่งในชุดเครื่องแบบของตระกูลโทคุงาวะเดินลงมา
พวกเขาเดินมายังเกาะและยืนประจำที่
สักพักหนึ่ง
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินลงจากเรือเร็วอย่างไม่รีบร้อน
คนผู้นี้ดูเหมือนไม่มีระดับการฝึกฝนใดๆ ฝีเท้าก็อ่อนเปลี้ยยิ่งนัก
เดินไปสองสามก้าว ในที่สุดก็ต้องมีคนประคองไปยังใจกลางเกาะ
ตรงนั้นมีศาลเจ้าเล็กทรุดโทรมแห่งหนึ่งถูกปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจี ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็ยากจะเห็น
เมื่อมาถึงหน้าศาลเจ้าเล็ก
ชายวัยกลางคนค่อยๆ คุกเข่าลง ผู้แข็งแกร่งแห่งตระกูลโทคุงาวะที่อยู่ข้างหลังก็พากันคุกเข่าตาม
ครู่หนึ่ง ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นกับศาลเจ้าเล็กว่า “ท่านบรรพบุรุษ ท่านตัดสินใจแน่แล้วหรือ?”
สิ้นคำ
ศาลเจ้าเล็กเงียบไปพักใหญ่
จึงมีร่างชราร่างหนึ่งเดินออกมา
