วันนั้นเมื่อทุกคนในครอบครัวกลับมาถึงหมู่บ้าน ก็เหนื่อยล้ากันไม่น้อย
อาสะใภ้ใหญ่เย่ได้นำโจ๊กและเปี๊ยะที่เหลือจากตอนเช้ามาอุ่น แล้วหั่นผักดองเล็กน้อย ทั้งครอบครัวก็ทานอาหารกันอย่างง่าย ๆ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้องไปพักผ่อน
พี่ใหญ่เย่วันนี้ถึงแม้จะไม่ได้ลากรถ แต่เมื่อวานเหนื่อยมาหนัก ยังไม่ทันหาย เมื่อวานนี้ไปกลับก็เดินทั้งนั้น พอกินอิ่มกลับเข้าห้องก็หลับปุ๋ย ไม่นานก็กรนสนั่น
อาสะใภ้ใหญ่เย่ก็ง่วงมากเช่นกัน หลับตาครึ่งเดียว มือก็ตบเบา ๆ ให้ชิงเทียนที่นอนอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่เป็นจังหวะ
แต่ชิงเทียนอาจจะเป็นเพราะนอนมากเกินไประหว่างทาง คราวนี้จะตบยังไงก็นอนไม่หลับ
ทว่า ถึงจะนอนไม่หลับ แต่นางก็ไม่ได้ส่งเสียงดัง
ไม่นาน อาสะใภ้ใหญ่เย่ก็ค่อย ๆ หลับไปเอง มือก็หยุดตบ
ชิงเทียนนอนอยู่บนเตียง เล่นมือเล่นเท้าอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็รู้สึกเบื่อหน่ายเหลือเกิน แต่อยากจะปลุกพ่อแม่ให้ตื่น ก็เลยคิดจะพาเจ้าหมาน้อยออกไปเล่นข้างนอก
นางค่อย ๆ ขยับมือของอาสะใภ้ใหญ่เย่ที่วางทาบอยู่บนตัวออก ปีนไปถึงขอบเตียง แล้วยื่นเท้าเล็ก ๆ ทั้งสองข้างกับขาออกไปก่อน แล้วไถลตัวลงจากเตียงอย่างช้า ๆ
หลังสวมรองเท้าอย่างเบามือ ชิงเทียนก็แง้มประตูออกเล็กน้อย แล้วแอบย่องออกมาจากห้อง
ตั้งแต่ชิงเทียนลุกขึ้น เจ้าหมาน้อยก็ได้ยินเสียง รีบวิ่งไปรอที่หน้าประตูตั้งนานแล้ว พอเห็นชิงเทียนออกมา ก็เริ่มกระดิกหางอย่างบ้าคลั่ง
ชิงเทียนรีบยกนิ้วขึ้นจรดที่ริมฝีปาก แล้วส่งเสียง “ชู่ว”
“ห้ามร้องนะ ทุกคนกำลังนอนหลับอยู่!” ชิงเทียนย่อตัวลง กอดคอเจ้าหมาน้อย “พวกเราต้องเงียบ ๆ นะ”
เจ้าหมาน้อยเหมือนฟังรู้เรื่อง ไม่ส่งเสียงร้อง แต่หางกลับกระดิกอย่างมีความสุขยิ่งขึ้น จนเป็นภาพติดตาไปเลย
ห้องอื่น ๆ เงียบสงัด มีแต่เสียงกรนดังเป็นระยะ ๆ ออกมาจากห้องข้าง
ชิงเทียนไม่อยากปลุกคนอื่น ก็เลยพาเจ้าหมาน้อยไปที่พื้นที่ว่างหลังบ้าน
พื้นที่หลังบ้านนี้ เดิมทีถูกนางหลิวปลูกผักกาดขาวและหัวไชเท้าไว้มากมาย
ตอนที่ครอบครัวนางต้องย้ายออก แม้ผักเหล่านั้นจะยังโตไม่เต็มที่ แต่นางก็ถอนออกไปจนหมด เหลือไว้แต่หลุมบ่อเต็มพื้นที่
