เมื่อได้ยินคำซักถามของเผยอี้ซาน แม่นางลวี่มิได้ขุ่นเคือง แต่ก็ไม่ได้ยอมอ่อนข้อให้นาง เอ่ยว่า “ข้ายังจำได้ว่าเมื่อครั้งนั้น จุดมุ่งหมายของสำนักศึกษาหญิงคือสั่งสอนผู้คน เปิดรับศิษย์โดยไม่แบ่งชนชั้นสูงต่ำหรือฐานะยากดีมีจน
“สหายร่วมสำนักหลายคนในตอนนั้นมีฐานะยากจน ต้องอาศัยสำนักศึกษาหญิงจัดหาอาหารและที่พักให้ จึงจะร่ำเรียนต่อไปได้
“แม้แต่เจ้าและข้า ถึงครอบครัวจะพอมีฐานะ ทว่าก็เป็นเพียงครอบครัวสามัญที่พออยู่พอกินเท่านั้น
“ข้าเพียงนึกไม่ถึงว่า บัดนี้สำนักศึกษาหญิงกลับกลายเป็นสถานที่สำหรับบุตรีตระกูลมั่งคั่งเท่านั้น”
เผยอี้ซานฟังแล้วรู้สึกอึดอัดในอก
ก่อนนางจะเข้ามารับช่วงดูแลสำนักศึกษาหญิง ที่นี่ก็กลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว นางจะทำอันใดได้เล่า!
สตรีผู้รับผิดชอบสำนักศึกษาหญิงคนก่อนยังมีชีวิตอยู่ อีกทั้งสามีของอีกฝ่ายยังเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของสามีนางด้วย
ไม่ว่าจะมองจากมุมใด นางก็ไม่กล้ารื้อแบบแผนที่อีกฝ่ายวางไว้ตามอำเภอใจ แล้วจัดการทุกอย่างตามความคิดของตนเอง!
ยามนี้เผยอี้ซานเริ่มไม่อยากพาพวกนางเดินชมต่อแล้ว
เพราะนางคาดเดาได้ว่า เมื่อเห็นสิ่งที่สำนักศึกษาสอนกันอยู่ในวันนี้ แม่นางลวี่คงยิ่งไม่มีคำพูดดี ๆ ให้กล่าว
ทว่าพระชายารุ่ยชินอ๋องอยู่ที่นี่ ทั้งชิงเทียนก็เอ่ยอยู่เสมอว่าอยากไปดูด้านหลัง เผยอี้ซานจึงจำต้องฝืนใจพาพวกนางไปต่อ
เมื่อเข้าไปในลานด้านหลัง ก็เป็นสถานที่ที่เหล่านักเรียนใช้ร่ำเรียน
ยังไม่ทันผ่านซุ้มประตูวงพระจันทร์ ก็ได้ยินเสียงแว่ว ๆ มาจากด้านในแล้ว
