นับตั้งแต่รุ่ยชินอ๋องลากเขาไปซักถามเรื่องโน้นเรื่องนี้ก่อนหน้านี้ เย่เหล่าต้าก็รู้สึกอยู่เสมอว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
บัดนี้เมื่อเห็นรุ่ยชินอ๋องกับพระชายาทั้งห่วงใยและเอาใจใส่ชิงเทียนหลังจากนางได้รับการช่วยเหลือแล้ว ท่าทางนั้นกลับไม่เหมือนกำลังปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเลยสักนิด
หากไม่รู้เรื่องมาก่อน บางทีผู้คนอาจคิดว่าพวกเขาต่างหากที่เป็นบิดามารดาของเด็กน้อย!
เมื่อนึกถึงว่ารุ่ยชินอ๋องกับพระชายาไม่มีบุตรมาหลายปี ทั้งยังเหมือนกับตนและภรรยาในตอนแรก
หรือพวกเขาจะเห็นว่าชิงเทียนหน้าตาคล้ายพระชายารุ่ยชินอ๋องอยู่บ้าง จึงคิดรับนางเป็นบุตรบุญธรรม แล้วแย่งลูกไปจากครอบครัวของเขา?
พอคิดถึงเรื่องเหล่านี้ เย่เหล่าต้าก็อดกังวลขึ้นมาไม่ได้
นั่นจวนชินอ๋องเชียวนะ!
ไม่ว่าจะทรัพย์สินเงินทองหรือฐานะ ล้วนสูงส่งกว่าตระกูลเย่ไม่รู้กี่เท่า
แม้หากคิดเพื่อประโยชน์ของเด็ก บางทีควรให้นางไปอยู่ในที่ที่ดีกว่าก็จริง
แต่พวกเขาอยู่ด้วยกันมาเกือบปี เขาก็มองชิงเทียนเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ไปนานแล้ว
ความผูกพันเช่นนี้มิใช่สิ่งที่จะตัดใจละทิ้งได้ตามอำเภอใจ
เย่เหล่าต้าจึงอุ้มชิงเทียนเดินออกไป ยิ่งเดินก็ยิ่งเร็ว ราวกับอยากอยู่ห่างจากคนอื่นให้มากที่สุด
แขนเล็ก ๆ ทั้งสองข้างของชิงเทียนโอบรอบคอเย่เหล่าต้าไว้แน่น ใบหน้าน้อยแนบอยู่กับบ่าของเขา
“ท่านพ่อ ลูกธนูสองดอกเมื่อครู่เป็นฝีมือท่านพ่อใช่หรือไม่?”
“อืม!” เย่เหล่าต้าไม่ได้พูดมาก เพียงขานรับคำหนึ่ง
ชิงเทียนถูใบหน้าน้อยกับบ่าของเขาอย่างออดอ้อน
“ท่านพ่อเก่งที่สุดเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่เหล่าต้าก็พลั้งปากถามขึ้นมาทันทีว่า “ถ้ามีคนอื่นอยากให้เจ้าไปเป็นบุตรสาวของพวกเขา เจ้าจะไปหรือไม่?”
“หา?” ชิงเทียนเงยหน้าขึ้นถามอย่างงุนงง “ใครจะให้ลูกไปเป็นบุตรสาวหรือ? ลูกเป็นบุตรสาวของท่านพ่อกับท่านแม่อยู่แล้วมิใช่หรือ ยังไปเป็นบุตรสาวของคนอื่นได้อีกหรือ?”
“ไม่ได้แล้ว ไม่ได้แล้ว” เย่เหล่าต้ากระชับแขนกอดร่างเล็กของชิงเทียนแน่นขึ้น “เจ้าจะเป็นบุตรสาวที่ดีของท่านพ่อท่านแม่ตลอดไป ท่านพ่อไม่มีวันยกเจ้าให้ผู้อื่น ต่อให้พวกเขา...”
เย่เหล่าต้ากลืนคำพูดที่เหลือลงคอ
