ทั้งห้าคนได้ยินชิงเทียนพูดเช่นนี้ ก็พากันเข้ามารุมล้อมนางทันที ต่างจ้องมองนางด้วยสายตาคาดหวัง
ไม่ใช่ว่าพวกเขาโลภอยากได้สิ่งของอันใด ยามนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวพี่น้องทั้งสี่แห่งตระกูลเย่ล้วนไม่ขัดสน เด็ก ๆ ก็ไม่เคยต้องอดอยากหรือขาดแคลนเสื้อผ้า
แต่ของขวัญที่น้องสาวเตรียมให้ กลับเป็นสิ่งที่พวกเขาทั้งหลายปรารถนาจากใจจริง
ชิงเทียนยิ้มตาหยี ล้วงกระเป๋าเงินใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วคว่ำเทลงบนผ้าห่มผืนเล็กที่ปูรองอยู่ เพียงเห็นจี้หยกเล็ก ๆ หลายชิ้นผูกด้วยเชือกแดงกลิ้งออกมาจากกระเป๋าเงิน
ทว่าพอพี่น้องทั้งหลายเห็นชัดว่าของขวัญที่ชิงเทียนพูดถึงคือจี้หยก มือที่ยื่นออกไปแล้วต่างก็ชักกลับพร้อมกัน
เย่ชางรุ่ยเพ่งมอง จี้หยกเหล่านี้ล้วนมีขนาดไม่ใหญ่ ส่วนมากใหญ่เพียงเล็บมือของผู้ใหญ่เท่านั้น
จี้หยกมีทั้งหมดเจ็ดชิ้น แกะเป็นรูปทรงต่าง ๆ ทั้งลูกท้อ ถั่วมงคล น้ำเต้า ห่วงหยกคุ้มภัย และหยกหรูอี้
“ชิงเทียน ของขวัญเหล่านี้เจ้าได้มาจากที่ใด? หรือว่าซื้อมา? คงต้องใช้เงินไม่น้อยกระมัง?”
เย่ชางรุ่ยไม่รู้เรื่องหยก เพียงเห็นว่าจี้เหล่านี้ล้วนงดงาม แต่ดูไม่ออกว่าแม้จะมีขนาดเล็ก ทว่าคุณภาพเนื้อหยกกลับยอดเยี่ยมยิ่ง
ยามนี้เขายังกังวลว่าชิงเทียนจะถูกผู้อื่นหลอกจึงซื้อของเหล่านี้มา
เย่ชางเหนียนกลับถามตรง ๆ ว่า “ชิงเทียน พวกเรามีกันแค่หกคน เหตุใดจี้ของเจ้าจึงมีเจ็ดชิ้น หรือเจ้าจะนับคนผิด ซื้อมาเกินหนึ่งชิ้น?”
