หลังการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงผ่านพ้นไป วันเวลาก็ดูคล้ายจะหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
วันเริ่มต้นฤดูหนาว ตามธรรมเนียมแล้ว ฮ่องเต้จะทรงนำเหล่าขุนนางไปประกอบพิธีบวงสรวงฟ้าดินและบรรพชน
บนโต๊ะเครื่องเซ่นวางพืชผลจากทั่วทุกสารทิศที่ส่งเข้ามาถวายในปีนี้
ในนั้นมีข้าวสาลีที่เย่เหล่าเอ้อร์ปลูก ฟักทองลูกใหญ่จากคฤหาสน์ชนบทของผู้อาวุโสเฉิน รวมถึงสิ่งของอีกมากมายที่ขนส่งมาจากทางใต้
เมื่อทอดพระเนตรของเต็มโต๊ะเครื่องเซ่น ฮ่องเต้ก็ทรงภาคภูมิพระทัยและปลาบปลื้มยิ่งนัก
ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้การปกครองของพระองค์ แว่นแคว้นก็ยิ่งทวีความรุ่งเรือง นี่คงเป็นสิ่งที่ฮ่องเต้ผู้ปรารถนาจะเป็นประมุขผู้ทรงคุณธรรมทุกพระองค์อยากทอดพระเนตรมากที่สุด
ฮ่องเต้ทรงชำระพระวรกายและถือศีลกินเจล่วงหน้ามาสามวันแล้ว ขณะนี้ประทับอยู่ภายในท้องพระโรง คำนับบรรพชนและกราบทูลต่อสรวงสวรรค์กับบรรพกษัตริย์ถึงสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อแว่นแคว้นและราษฎรในรอบปีที่ผ่านมา ก่อนจะทรงขอให้สรวงสวรรค์และบรรพกษัตริย์คุ้มครองพระองค์ ต้าฉี และราษฎรต่อไป
ระหว่างที่ฮ่องเต้ทรงกล่าวอยู่ภายในท้องพระโรง เหล่าขุนนางต่างคุกเข่ารออยู่ด้านนอก
ปีนี้ฮ่องเต้ดูคล้ายมีเรื่องในพระทัยอยากตรัสมากมาย ทำให้ทุกคนรอแล้วรอเล่า เฝ้าคอยอยู่นานกว่าพระองค์จะเสด็จออกจากท้องพระโรงในที่สุด
พระองค์ประทับยืนอยู่ตรงประตู กำลังจะตรัส ทว่ากลับเห็นสายตาของทุกคนจับจ้องไปยังเบื้องหลังพระองค์
ฮ่องเต้ทรงหันกลับไปอย่างไม่เข้าใจ แล้วก็ทอดพระเนตรเห็นสายรุ้งพาดอยู่กลางอากาศ โอบล้อมตำหนักที่อยู่เบื้องหลังพระองค์ไว้พอดี ราวกับแผ่ล้อมพระองค์อยู่ตรงกลาง แลดูอัศจรรย์ยิ่งนัก
เหล่าขุนนางที่เพิ่งลุกขึ้นต่างคุกเข่าลงอีกครั้ง พร้อมเปล่งเสียงถวายพระพรว่า “ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี!”
ครานี้เสียงดังกึกก้องและหนักแน่นกว่าเดิม สะท้อนก้องเป็นระลอก ยิ่งขับให้ฮ่องเต้ผู้ประทับอยู่เบื้องบนดูสง่างามน่าเกรงขาม
เมื่อสายรุ้งค่อย ๆ เลือนหาย ฮ่องเต้จึงเสด็จลงมาและประทับรถม้ากลับวัง
