รถม้าหยุดสนิทเมื่อมาถึงจุดหมาย ชิงเทียนก็ร้อนใจจนกระโดดลงจากรถเอง
“ท่านแม่—” ชิงเทียนร้องเรียกท่านแม่ไปตลอดทาง ก่อนพุ่งเข้าไปทางประตูหลังของหอสุรา
อาสะใภ้ใหญ่เย่ได้ยินเสียงร้องเรียกจากในครัวหลังร้าน นางไม่สนใจว่าเป็นเพียงภาพลวงตาจากความคิดถึงลูกสาวหรือไม่ วางตะหลิวลงแล้ววิ่งออกไปทันที
หลินอวี้เหมยเห็นภาพเช่นนี้จนเริ่มชินเสียแล้ว นางก้าวเข้าไปหยิบตะหลิวที่อาสะใภ้ใหญ่เย่ทิ้งไว้ แล้วช่วยผัดอาหารต่ออย่างคล่องแคล่ว
คนในครัวหลังร้านก็เห็นจนชินตาเช่นกัน
นับแต่คราวที่ชิงเทียนถูกคนลักพาตัวไปแล้วช่วยกลับมาได้ อาสะใภ้ใหญ่เย่ก็เป็นเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง
ทุกคนล้วนเคยชินกันแล้ว อย่างไรเสียเมื่อนางวิ่งออกไปแล้วไม่พบชิงเทียน อีกไม่นานก็จะกลับมา ไม่ทำให้งานเสียหายแต่อย่างใด
อาสะใภ้ใหญ่เย่เองก็รู้ดีว่า นี่คือปมในใจของนาง
นึกไม่ถึงว่าเพิ่งเดินออกจากครัวหลังร้านครานี้ นางก็เห็นลูกสาวที่เฝ้าคิดถึงทุกคืนวันวิ่งตรงเข้ามาหา
อาสะใภ้ใหญ่เย่ไม่มีเวลาคิดสิ่งใด นางรีบย่อตัวลง กางแขนรับชิงเทียน
ชิงเทียนโผเข้าหาอ้อมอกของอาสะใภ้ใหญ่เย่ทันที มือทั้งสองกอดคอนางไว้แน่น
“ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน!”
บางทีอาจกลัวรุ่ยชินอ๋องได้ยิน ชิงเทียนจึงแนบปากกระซิบข้างหูอาสะใภ้ใหญ่เย่
คำพูดนั้นทำเอาอาสะใภ้ใหญ่เย่แทบหลั่งน้ำตา
เย่เหล่าต้าออกไปทำธุระนอกบ้าน ส่วนชิงเทียนก็ถูกส่งไปอยู่ที่จวนรุ่ยชินอ๋อง
ห้องที่แต่เดิมเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของครอบครัวสามคน จู่ ๆ ก็เหลือเพียงนางอยู่ลำพังอย่างโดดเดี่ยว
