ขณะที่คนตระกูลเย่กำลังต้อนรับแขกอยู่ในจวนองค์หญิง ฉินเฮ่อเซวียนก็ขึ้นม้าตัวสูงออกเดินทางจากจวนฉิน มุ่งหน้าไปยังจวนรุ่ยชินอ๋องเพื่อรับเจ้าสาว
แม้เส้นทางความรักของทั้งสองจะดำเนินไปอย่างราบรื่นมาโดยตลอด
แต่ระหว่างทาง ฉินเฮ่อเซวียนก็อดนึกถึงเรื่องราวมากมายในวัยเยาว์ไม่ได้
เขายังจดจำความรู้สึกยามได้พบชิงเทียนเป็นครั้งแรกได้อย่างชัดเจน
ความคุ้นเคยที่โถมเข้ามาในครานั้น ทำให้เขาใส่ใจน้องสาวตัวน้อยผู้นี้ขึ้นมาทันที
ในเวลานั้น ใครจะคาดคิดว่าท้ายที่สุดทั้งสองจะเข้าใจกันและได้ครองคู่กันเล่า!
ระยะทางจากจวนฉินไปยังจวนรุ่ยชินอ๋องไม่ไกลนัก เพื่อให้ขบวนเกียรติยศได้แสดงความยิ่งใหญ่ครบถ้วน ฉินเฮ่อเซวียนจึงจงใจอ้อมไปอีกเส้นทางหนึ่ง ก่อนมาถึงหน้าจวนรุ่ยชินอ๋อง
พิธีอภิเษกธิดาราชวงศ์นั้นเคร่งขรึมและสุขุมกว่าพิธีของชาวบ้านทั่วไป ไม่มีขั้นตอนหยอกล้อรื่นเริงมากมายนัก
เจ้าหน้าที่กรมพิธีการเป็นผู้ดำเนินพิธีอย่างเรียบง่าย จากนั้นรุ่ยชินอ๋องก็ส่งชิงเทียนในชุดมงคลสีแดงสดและมีผ้าคลุมหน้า ขึ้นเกี้ยวดอกไม้
เมื่อเห็นเกี้ยวถูกยกขึ้นและค่อย ๆ เคลื่อนห่างออกไป
ดวงตาของรุ่ยชินอ๋องก็แดงก่ำขึ้นในทันใด
ทว่าพระชายารุ่ยชินอ๋องกลับอดเร่งเขาไม่ได้ “พอแล้ว พวกเราก็ขึ้นรถม้าไปกันเถิด มิฉะนั้นประเดี๋ยวจะเสียฤกษ์ยาม
“ชิงเทียนมิได้แต่งออกไปอยู่บ้านผู้อื่นเสียหน่อย ต่อไปสองสามีภรรยาก็ยังใช้ชีวิตอยู่ในจวนองค์หญิง ท่านอ๋องจะร้องไห้ไปไย”
รุ่ยชินอ๋องเพิ่งคิดจะระบายความรู้สึกออกมาสักหน่อย ก็ถูกคำพูดของพระชายารุ่ยชินอ๋องขัดขึ้นเสียก่อน
ทั้งสองขึ้นรถม้า มิได้ติดตามขบวนรับเจ้าสาวไป หากเลือกใช้เส้นทางอีกสายหนึ่ง มุ่งตรงไปยังจวนองค์หญิง
