อาสะใภ้ใหญ่เย่ได้ยินดังนั้นก็หรี่ตามองพ่อครัวใหญ่
พ่อครัวใหญ่รู้สึกราวกับถูกนางมองทะลุ จนแผ่นหลังชุ่มเหงื่อเป็นระลอก
เมื่อได้ยินเสี่ยวเอ้อร์บอกว่าแขกโต๊ะนี้มาจากชนบท เขาก็ไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย เพียงยื่นเมนูให้ลูกมือไปฝึกปรือฝีมือกันเอง
อย่างไรเสีย คนชนบทก็ไม่เคยได้กินของดีสักเท่าไร ต่อให้อาหารออกมาเป็นอย่างไร พวกเขาก็คงรู้สึกว่าอร่อยจนอดใจไม่ไหว
ต่อให้กินแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง พวกเขาก็คงคิดว่าเป็นปัญหาของตัวเอง ไม่กล้าก่อเรื่องในร้านเช่นนี้หรอก
พ่อครัวใหญ่คำนวณทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี ใครจะคิดว่ากลับมาเจออาสะใภ้ใหญ่เย่ ผู้ชำนาญการเข้าเสียได้
อาสะใภ้ใหญ่เย่ชิมอาหารทุกจานแล้ว ล้วนมีข้อบกพร่องมากบ้างน้อยบ้าง
ตามเหตุผลแล้ว อาหารเหล่านี้ล้วนเป็นกับข้าวบ้าน ๆ ไม่ใช่ของที่ทำยากอันใด
เหลาเยี่ยนปินตกแต่งงดงามถึงเพียงนี้ ทั้งยังมีเงินซื้อหอนาฬิกา เรื่องจ้างพ่อครัวใหญ่ย่อมไม่ตระหนี่ถี่เหนียวแน่
คำอธิบายเดียวคือ คนทั้งร้านตั้งแต่บนจรดล่างล้วนเป็นพวกตาต่ำ เลือกปฏิบัติตามฐานะของแขก อาหารเต็มโต๊ะนี้จึงเป็นฝีมือลูกมือทั้งหมด
สายตาของอาสะใภ้ใหญ่เย่บ่งบอกชัดเจน หากคำตอบของเขาไม่ทำให้นางพอใจ นางคงจับผิดต่อไปอีก
พ่อครัวใหญ่รู้ดีว่าลูกมือไม่กี่คนใต้บังคับบัญชามีฝีมือเพียงใด เขาจึงไม่มีความมั่นใจจะปะทะกับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเถ้าแก่ร้านอย่างไร้เสียง ราวกับถามว่าควรทำอย่างไร
พ่อครัวใหญ่รู้สึกผิดอยู่ในใจ ทว่าเถ้าแก่ร้านกลับไม่ได้เห็นอาสะใภ้ใหญ่เย่อยู่ในสายตา
สตรีชนบทคนหนึ่ง บางทีอาจเคยเป็นแม่ครัวช่วยให้ผู้อื่น จึงได้เรียนรู้เคล็ดลับมาสองสามอย่าง แล้วกล้ามาก่อเรื่องที่เหลาเยี่ยนปินของเขาเชียวหรือ?
หากวันนี้ถูกคนชนบทไม่กี่คนเล่นงานเข้า พรุ่งนี้หอสุราของเขาคงไม่มีลูกค้ามาอีกแล้ว!
ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจสายตาของพ่อครัวใหญ่ที่ส่งสัญญาณมา แล้วกล่าวเสียงเย็นว่า “ท่านป้า คำพูดของท่านต้องมีหลักฐานด้วย!
“ที่นี่คือเหลาเยี่ยนปิน ไม่ใช่ไร่นาของท่าน จะกล่าววาจาเหลวไหลตามใจชอบได้อย่างไร!
