“ชิงเทียน ดึกดื่นป่านนี้เจ้า...” เย่เหล่าเอ้อร์เพิ่งเอ่ยปาก คนสามคนที่กำลังจะแอบเข้าประตูมาก็พากันเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
เย่เหล่าเอ้อร์ถึงกับผงะจนเกือบหงายหลังเพราะอันนาทา
โชคดีที่เขาคว้ากำแพงลานบ้านไว้ได้ทัน จึงทรงตัวเอาไว้ได้
“ท่านอารอง พวกเราทำให้ท่านตื่นหรือเจ้าคะ?” ชิงเทียนยิ้มเจื่อน ประสานมือคำนับเย่เหล่าเอ้อร์ “วันนี้ดึกมากแล้ว มีเรื่องอะไรค่อยว่ากันพรุ่งนี้เถิดเจ้าค่ะ!”
แม้ชิงเทียนจะพูดเช่นนี้ แต่เย่เหล่าเอ้อร์จะวางใจได้อย่างไร!
หลายปีมานี้ชิงเทียนไม่เคยทำเรื่องเหลวไหล ทว่าเด็กที่อายุย่างเข้าสิบกว่าขวบเป็นวัยที่มักทำเรื่องเกินขอบเขตได้ง่ายที่สุด
เด็กดี ๆ คนหนึ่งพาผู้ชายผู้หญิงที่ไม่รู้จักกลับบ้านกลางดึก ทั้งยังลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้ จะเป็นเรื่องดีไปได้อย่างไร?
คิดถึงตรงนี้ เย่เหล่าเอ้อร์ก็ยกโคมในมือเดินหน้าไปสองสามก้าว
คราวนี้เย่เซี่ยงเหลยที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมาตลอดก็ปิดบังต่อไปไม่ได้ จึงยกมือแตะจมูกแล้วเอ่ยว่า “พี่รอง ข้าเอง”
ตอนแรกเย่เหล่าเอ้อร์เห็นชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกับลูกชายเรียกตนว่าพี่รอง ก็ชะงักไปเล็กน้อย
แต่เสียงนี้ฟังดูคุ้นหูอยู่บ้าง
เย่เหล่าเอ้อร์มองอีกฝ่ายให้ชัดอีกครั้ง พลันทั้งตกใจทั้งยินดี “เซี่ยงเหลย? เจ้าเด็กนี่กลับมาแล้วหรือ?”
มิน่าเล่า ชิงเทียนที่ปกติกลับมาทุกวันแรกของเดือนในช่วงเช้า ถึงได้เดินทางกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนก่อน
“กลับมาแล้วไยไม่กลับบ้านเล่า?”
“ข้าคิดว่าวันนี้ดึกมากแล้ว กลัวจะปลุกท่านพ่อท่านแม่ให้ตื่นน่ะขอรับ” เย่เซี่ยงเหลยยกมือแตะจมูกอย่างกระดากใจ
“เฮ้อ จะกลัวอะไรเล่า หากพ่อแม่เจ้ารู้ว่าเจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย พวกเขาคงดีใจจนแทบคลั่ง”
ยามนี้เย่เหล่าเอ้อร์ลืมอันนาทาไปเสียสนิท ส่วนชิงเทียนก็เปิดประตูลานบ้านออกในที่สุด แล้วรีบพาคนเข้าไปข้างใน
เย่เหล่าเอ้อร์พูดคุยกับเย่เซี่ยงเหลยอยู่ครู่หนึ่ง จึงนึกถึงคนที่ทำให้ตนตกใจเมื่อครู่นี้ได้ แล้วหันไปถามชิงเทียน “ผู้หญิงคนนั้นเล่า? เป็นใครกัน?”
ชิงเทียนรีบตอบ “ท่านอารอง นั่นปี้รุ่ยเจ้าค่ะ นางเข้าไปช่วยข้าเก็บกวาดห้องแล้ว”
