โหยวปินเป็นลมล้มลง ร้านจึงโกลาหลขึ้นมาทันที
ลู่หงอวิ๋นได้รับข่าวก็รีบรุดมา นางสั่งให้บ่าวชายหามผู้อาวุโสโหยวไปยังห้องในเรือนด้านหลัง ทั้งยังสั่งคนไปตามหมอ
แม้ยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่ลู่หงอวิ๋นรู้ว่าเมื่อก่อนโหยวปินเคยป่วยเป็นโรคเสียสติ
แม้หลังถูกคานบ้านหล่นใส่ศีรษะแล้วจะไม่เสียสติอีก
แต่เรื่องนี้ก็ยังเป็นความกังวลอยู่ดี
แม้แต่หมอยังไม่กล้ายืนยันว่าจะกำเริบขึ้นอีกหรือไม่
หากถูกกระทบกระเทือนจนโรคกำเริบขึ้นมาอีก คงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
ส่วนคนสามคนที่มาก่อเรื่อง ลู่หงอวิ๋นก็ให้บ่าวชายพาไปยังเรือนด้านหลังก่อน เพื่อไม่ให้รบกวนแขกในร้านที่กำลังกินอาหาร
นอกจากนี้ นางยังส่งอาหารจานเล็กให้แขกหลายโต๊ะที่อยู่ใกล้ ๆ และตกใจ เพื่อแสดงความขออภัย
อาหารของหอสุราโหยวจี้รสชาติล้วนเลิศล้ำ ราคาก็ไม่ใช่ถูก ๆ
เมื่อเป็นเช่นนี้ แขกทั้งหลายจึงพากันยินดี ไม่มีผู้ใดถือสาอีก
แขกที่ก่อนหน้านี้นั่งอยู่ไกลออกไปและยังนึกยินดีที่ตนไม่ได้รับผลกระทบ บัดนี้กลับรู้สึกอิจฉาอยู่บ้าง ถึงกับอยากให้เมื่อครู่นี้ตนนั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ เสียด้วยซ้ำ
เมื่อลู่หงอวิ๋นพาคนทั้งหมดไปยังเรือนด้านหลังแล้ว เรื่องใหญ่เช่นนี้ย่อมต้องแจ้งอาสะใภ้ใหญ่เย่
อาสะใภ้ใหญ่เย่ได้ยินว่าโหยวปินเป็นลม ก็สะดุ้งตกใจ รีบฝากงานทำอาหารให้พ่อครัวที่จ้างมา แล้ววิ่งมาดูอาการด้วยตนเอง
“ท่านพ่อ เป็นอะไร…”
อาสะใภ้ใหญ่เย่ก้าวเข้าห้อง ก็เห็นคนสามคนที่สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง พลันชะงักเท้า
