อาสะใภ้ใหญ่เย่ร้องไห้ไม่หยุด เอาแต่โทษตัวเองในใจเรื่องความประมาทเลินเล่อ
จะไปคิดได้อย่างไรว่าตระกูลฉินเช่าโรงเตี๊ยมทั้งหลังแล้วจะวางใจได้!
ที่หายไปแม้จะเป็นเพียงตั๋วเงินห้าสิบตำลึง แต่สำหรับอาสะใภ้ใหญ่เย่แล้ว สิ่งที่หายไปพร้อมกันนั้นคือแผนการและความใฝ่ฝันเกี่ยวกับชีวิตในอนาคตที่นางคิดคำนวณไว้ทุกคืนทุกวัน
ตั้งแต่ได้ตั๋วเงินมา นางก็ไม่เคยหยุดคิดคำนวณในใจว่าควรใช้เงินจำนวนนี้ทำอะไรบ้าง
เมื่อกลับไปถึงบ้านเกิด หากแยกครัวแยกเรือน ก็จะได้ใช้เงินส่วนนี้ซื้อบ้านหรือสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ สักหลัง
ส่วนที่เหลือก็เก็บออมไว้ ต่อไปจะได้ใช้เป็นสินสอดให้ชิงเทียน
หากไม่แยกครัว ก็เก็บไว้ให้ชิงเทียนทั้งหมด
นางคิดไว้สารพัดทาง แต่กลับไม่คิดแม้แต่น้อยว่าตั๋วเงินจะหายไปได้
เหล่าเด็ก ๆ ที่เดิมล้อมชิงเทียนอยู่ ต่างตกใจกับเสียงร้องไห้โฮของอาสะใภ้ใหญ่เย่ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน พากันมองมาทางนาง
พี่ใหญ่เย่พอได้ยินว่าตั๋วเงินหาย ก็ไม่ทันได้นึกถึงบาดแผลที่เอว ฝืนพลิกตัวลุกขึ้นถามว่า “เจ้าเก็บไว้ที่ใดกัน? ลองหาดูอีกทีเถิด ครอบครัวฉินเช่าโรงเตี๊ยมทั้งหลังแล้ว คงไม่มีคนนอกเข้ามาได้ ควรจะไม่หายหรอก”
อาสะใภ้ใหญ่เย่ส่ายเสื้อผ้าสองสามตัวที่วางอยู่ตรงหน้า ร้องไห้พูดว่า “ข้าเก็บไว้ที่นี่จริง ๆ หาหมดแล้ว ไม่มีจริง ๆ——”
ชิงเทียนไม่รู้ว่าอาสะใภ้ใหญ่เย่ร้องไห้เพราะเหตุใด แต่พอเห็นนางหลั่งน้ำตา ก็ลืมความเศร้าของตัวเองทันที ดวงตายังแดงก่ำ ก็คลานเข้าไปซบอกอาสะใภ้ใหญ่เย่ ยื่นมือเล็ก ๆ ช่วยเช็ดน้ำตาให้นาง
