“ซ่านเหล่าต้า เหตุใดจึงไม่ไปต่อเล่า?” คนที่ลงเหมืองพร้อมกันเดินไปได้ครู่หนึ่ง พอเห็นว่ามีคนตามหลังจึงรีบหันกลับมาตะโกนเรียก
ซ่านเหล่าต้าจึงได้สติ “อ้อ พวกเจ้าไปก่อนเถิด ข้าจะไปซื้อของกินให้ลูกชายสักหน่อยแล้วค่อยกลับบ้าน”
“ฮ่า ๆ พี่ใหญ่ซ่านรักลูกชายจริง ๆ!”
“มิใช่หรือ เงินที่ซ่านเหล่าต้าหามาได้ ข้าเห็นว่าแทบทั้งหมดใช้ไปกับลูกชายทั้งนั้น”
“สองสามีภรรยาแก่แล้วเพิ่งมีลูก ทั้งยังมีแก้วตาดวงใจอยู่คนเดียว จะไม่ทะนุถนอมราวกับวางไว้กลางฝ่ามือได้อย่างไร!”
“พวกเจ้าอย่าหัวเราะเยาะเขาเลย ลูกชายเพิ่งคลอดก็ต้องอพยพหนีภัย ร่างกายจึงไม่แข็งแรงมาจนถึงบัดนี้ ย่อมต้องดูแลให้มากหน่อย”
“ซ่านเหล่าต้า เช่นนั้นพวกเราไปก่อนล่ะ!”
ผู้คนที่ลงเหมืองมาด้วยกันพูดจบก็พากันจากไป
เหลือเพียงซ่านเหล่าต้ายืนอยู่ริมทาง มองชิงเทียนที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างชั้นสอง
เด็กหญิงเติบโตขึ้น ใบหน้ามีเนื้อมีหนังกว่าเมื่อก่อน สีหน้าก็ดูสดใส ทว่าหน้าตายังคงเหมือนเดิม ดวงตาดูโตขึ้นกว่าแต่ก่อนเสียด้วยซ้ำ
เพียงแต่ยามนี้ในดวงตาของนางมีประกาย ราวกับเมื่อครั้งที่เขาเก็บนางกลับมาใหม่ ๆ
ซ่านเหล่าต้ายืนอยู่ริมถนนนานมาก กระทั่งทั้งสี่คนกินเสร็จแล้วจากไป
เมื่อมองรุ่ยชินอ๋อง ฉินซงอิ้น และฉินเฮ่อเซวียน ซ่านเหล่าต้าก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ ทั้งสามคนนี้เป็นคนตระกูลเย่หรือ? เหตุใดจึงดูไม่เหมือนในความทรงจำเล่า?
แต่ครั้งสุดท้ายที่พบกันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว เขาจึงไม่แน่ใจในความทรงจำของตนอยู่บ้าง
ซ่านเหล่าต้ามองจนทั้งสี่หายลับไปในฝูงชน ถึงเพิ่งรู้ว่าฟ้ามืดมากแล้ว
โชคดีที่เหมืองทองเปิดทำการทั้งวันทั้งคืน ในเมืองเล็ก ๆ จึงหาซื้ออาหารได้ทุกเวลา
เขารีบซื้อแป้งย่างไส้เนื้อชิ้นหนึ่งแล้วมุ่งหน้ากลับบ้าน
ซ่านเหล่าต้าเพิ่งก้าวเข้าบ้าน ก็ถูกนางซ่านด่ากราดทันที
“เจ้าคนตาย ยังรู้จักกลับบ้านด้วยหรือ? นี่มันยามใดแล้ว? คนที่เข้ากะพร้อมเจ้าเขากลับบ้านกันหมดแล้ว
“วันนี้จ่ายเงินเดือน เจ้าออกไปสำมะเลเทเมามาใช่หรือไม่?”
“ข้าจะออกไปเถลไถลที่ใดได้เล่า วันนี้จ่ายเงินเดือน ข้าจึงไปซื้อแป้งย่างไส้เนื้อให้ลูก ไม่ได้กลับมากับพวกเขาเท่านั้นเอง”
