องครักษ์ที่เผยโย่วเลือกให้ติดตามขึ้นเขามีชื่อว่าชางโฮ่วฟา บ้านเกิดของเขาอยู่ในหุบเขาลึก ตั้งแต่เล็กก็ติดตามบิดามารดาเดินทางไปทั่วภูเขาเพื่อหาเลี้ยงชีพ จึงมีประสบการณ์ทั้งการเดินทางและการเอาตัวรอดในป่าเขาอย่างยิ่ง
ชางโฮ่วฟาเสนอว่า “หัวหน้าเผย พวกเราไม่คุ้นเคยกับภูเขาแถบนี้ มิสู้เดินทวนน้ำเลียบริมแม่น้ำขึ้นไปก่อน หากพบเหตุอันใดค่อยปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์”
เผยโย่วตอบอย่างเด็ดขาดว่า “ได้ เรื่องนี้ฟังเจ้าก็แล้วกัน เจ้าเปิดทางอยู่ข้างหน้า ข้าคอยระวังหลัง”
ทั้งสองเดินทวนน้ำเลียบริมแม่น้ำขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ชางโฮ่วฟาอาศัยมูลสัตว์ที่เห็นในแม่น้ำเมื่อครู่ ประเมินระยะทางคร่าว ๆ ในใจ จากนั้นก็ก้มหน้าพาเดินอยู่ข้างหน้า
ทั้งสองเดินฝ่าความมืดอย่างยากลำบากและเงียบงันเช่นนี้นานกว่าสองชั่วยาม
ฟ้าค่อย ๆ สางขึ้น
แม้ดวงตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า แต่โดยรอบก็พอมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ราง ๆ แล้ว มิได้มืดมิดสนิทดังยามค่ำคืน
ทว่าฝีเท้าของทั้งสองกลับมิได้เร็วขึ้น เพราะยิ่งเดินขึ้นไปตามทางริมแม่น้ำ เส้นทางก็ยิ่งยากลำบาก
ขณะที่เผยโย่วก้มหน้าเร่งเดิน ชางโฮ่วฟาก็ยกมือขึ้นขวางเขาไว้กะทันหัน
“หัวหน้าเผย พวกเราน่าจะใกล้ถึงแล้ว ระวังตัวด้วย”
เผยโย่วกำด้ามมีดสั้นในแขนเสื้อแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ทั้งสองสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างระมัดระวัง ไม่พบผู้ใด แต่กลับพบร่องรอยกิจกรรมของผู้คนทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก
