หัวหยานแอบภูมิใจอยู่เงียบ ๆ
เขากดมุมปากที่กำลังยกขึ้นลงเล็กน้อย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ใส่มั่ว ๆ น่ะ”
“อะไหล่ของเจ้านายดี ใส่ยังไงก็หล่อ” ถ้าไม่ใส่ยิ่งหล่อกว่า
“อะไหล่อะไร?” หัวหยานถามเจียงหวาน
“หน้าตา ส่วนสูง ไหล่กว้างเอวคอดไงคะ??” แล้วจะเป็นอะไหล่อะไรได้อีกล่ะ
แน่นอนว่า มีอะไหล่ชิ้นหนึ่งที่เจ๋งมากเหมือนกัน
เจียงหวานไม่พูดออกมาหรอก
หัวหยานสตาร์ตรถ เจียงหวานก็เงียบไปเอง
ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าตอนหัวหยานขับรถ เธอควรเงียบ เพราะเขาต้องมีสมาธิ
โครงการแคมป์ปิ้งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเจียงหวาน ขับรถไปยี่สิบกว่านาทีก็ถึง
ราคาที่ดินแถบนี้แพงไม่น้อย คนที่เปิดโครงการแคมป์ปิ้งได้คงเป็นเจ้าของเงินถุงเงินถังมาก
อ้อ เป็นเพื่อนของหัวหยาน จะขาดเงินได้ยังไงล่ะ?
รถจอดใต้หลังคากันแดดกลางแจ้ง เจียงหวานเตรียมหิ้วกระเป๋าลงจากรถ
“วางคอมพิวเตอร์ไว้ในรถก่อน ถ้าต้องคุยเรื่องแผนงานค่อยกลับมาเอา”
“ค่ะ”
พอลงจากรถก็ได้กลิ่นหอมสดชื่นของดอกหอมหมื่นลี้ เจียงหวานสูดหายใจลึก ๆ เงยหน้ามองท้องฟ้ากว้างใหญ่ ยามตะวันตกดินเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุด
สีแดงชาดแต้มเต็มท้องฟ้าครึ่งหนึ่ง มีเส้นขอบฟ้าคั่นระหว่างฟ้ากับทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา บนผืนหญ้าสีเขียวสดมีเต็นท์ทรงโดมตั้งกระจายอยู่ประปราย
“โครงการแคมป์ปิ้งใหญ่มากเลยค่ะ”
“นี่แค่เชิงเขา เป็นพื้นที่กึ่งเปิด ไม่ได้ทำกำไร พื้นที่ด้านในต่างหากถึงเป็นโครงการหลัก”
เจียงหวานเร่งฝีเท้าตามหัวหยานไป ทางใต้เท้าเป็นทางกรวดคดเคี้ยวที่ทอดผ่านทุ่งหญ้า
ไม่นานก็เห็นรถแคมป์ปิ้งสีขาวจอดอยู่หลายคัน
หัวหยานบอกว่า “ขึ้นรถกันเถอะ”
“หืม?”
“ข้างในยังต้องเดินอีกหนึ่งกิโล ถ้าเดินไปคงเหนื่อยแย่”
“อ๋อค่ะ”
เจียงหวานนึกไว้แล้วว่าสถานที่แห่งนี้กว้างใหญ่ แต่ไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้
