เจียงหวานเพิ่งจะหายใจเป็นปกติได้ไม่นาน คำพูดของหัวหยานก็ทำให้หัวใจเธอเต้นเร็วขึ้นอีกครั้ง
เจียงหวานคิดว่าหัวหยานจะหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงเรื่องคืนนั้น ไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉย แถมยังเจือความหมายยั่วยวนอีกด้วย
ปกติดูเป็นคนสุภาพเรียบร้อยแท้ ๆ ไม่นึกว่าจะเจ้าชู้เหมือนกัน
เจียงหวานพยายามถามอย่างใจเย็นว่า “แล้วขีดจำกัดของเจ้านายคือเท่าไหร่คะ”
“ไม่เคยลองไปให้ถึงขีดจำกัด ไม่ตีกรอบให้ตัวเอง เพราะงั้นก็จะไม่มีวันมีขีดจำกัด”
คำพูดนี้เจียงหวานคุ้นหูดี ทุกครั้งที่ประชุม หัวหยานก็มักจะพูดประโยคนี้
เมื่อก่อนเธอคิดว่าเป็นคำพูดชวนล้างสมอง แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเขาเก่งจริง ๆ
ทั้งสองคนต่างก็ว่ายน้ำต่อ
เจียงหวานว่ายไปสี่สิบนาที ก็ถึงขีดจำกัดแล้ว
ตอนขึ้นจากสระ หัวหยานยังคงว่ายต่อ
ก่อนกลับ เธออดไม่ได้ที่จะมองเขาอีกหลายครั้ง
ร่างของหัวหยานขยับขึ้นลงอยู่ในน้ำ เอวคอดแข็งแรงกับสะโพกเคลื่อนไหวขึ้นลง ทั้งยืดหยุ่นและเปี่ยมพละกำลัง กล้ามเนื้อขาออกแรงทุกส่วน ท่วงท่านั้นชวนให้นึกถึงคืนนั้นที่เขาคุกเข่าบนเตียงแล้วโหมแรงอย่างดุดัน น่าหวาดหวั่นเหลือเกิน
เขาว่ากันว่าเอวของท่าผีเสื้อนั้นคมดุจมีดปลิดชีพ
เจียงหวานรู้สึกว่าตัวเองชอบรูปร่างของหัวหยานมากกว่าเมื่อก่อนเสียอีก
เธอเป็นคนชื่นชมผู้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะคนที่เก่งกาจในด้านที่ตัวเองชื่นชอบ
ไม่รู้ทำไม จู่ ๆ ในใจก็ผุดความคิดอยากนอนกับเขาอีกสักครั้งขึ้นมา
แต่ก็เป็นแค่ความคิดเท่านั้น
เธอเป็นคนประพฤติตัวเหมาะสม
เธอจะไม่ไปข้องเกี่ยวกับคนที่อยู่คนละโลกกับตัวเอง
