คนกว่าร้อยคนในห้องประชุมหันมามองเด็กสาวคนนั้นพร้อมกัน
สายตาของเคนนี่ยิ่งเต็มไปด้วยการพินิจพิเคราะห์ “หลินเสี่ยวหราน ทั้งสามทีมเสนอแผนประมูลกันหมดแล้วนะ”
เสียงของหลินเสี่ยวหรานดังขึ้นเล็กน้อย “จริงอยู่ที่แต่ละทีมเสนอแผนมาแล้วหนึ่งชุด แต่ไม่ได้มีกฎว่าหนึ่งทีมมีสิทธิ์เสนอประมูลได้แค่ครั้งเดียวใช่ไหมคะ”
วันนี้หลินเสี่ยวหรานสวมชุดทำงานสีดำ แตกต่างจากการแต่งกายในวันปกติอย่างสิ้นเชิง
บริษัทใหญ่อย่างหัวเสี่ย คนธรรมดาคนหนึ่งย่อมตัวเล็กจ้อยเหลือเกิน จึงไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเด็กสาวคนไหนเปลี่ยนไปบ้างในวันนี้
เคนนี่ชะงักไปกับคำพูดของหลินเสี่ยวหราน ก่อนจะถามว่า “คุณหมายความว่า คุณมีแผนหรือ”
“ใช่ค่ะ ฉันขอเข้าร่วมประมูล”
เคนนี่กล่าวว่า “งานที่เปิดประมูลล้วนเป็นโครงการระดับเอส ปกติผู้อำนวยการจะเป็นคนจัดทำแผนโครงการเอง หลังชนะประมูลแล้วค่อยส่งต่อให้ทีมดำเนินงาน ทีมที่ชนะประมูลก็แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน ถ้าคุณมีไอเดียก็รายงานให้ผู้อำนวยการทราบ ไอเดียดี ๆ ย่อมถูกใส่ไว้ในแผนที่นำเสนออยู่แล้ว”
หลินเสี่ยวหรานสูดหายใจลึกเพื่อคลายความประหม่า พยายามไม่สนใจสายตาจับจ้องและแววตาสงสัยของทุกคน “คุณเคนนี่ ในอีเมลแจ้งประมูลไม่ได้ระบุชัดเจนว่ามีเพียงผู้อำนวยการเท่านั้นที่เข้าร่วมประมูลได้ และก็ไม่ได้บอกว่าพนักงานระดับล่างห้ามเข้าร่วมค่ะ”
“อีกอย่าง สมาชิกฝีมือดีในทีมเอสามารถรับผิดชอบโครงการระดับสิบล้านได้ด้วยตัวเอง แม้จะไม่เคยมีตัวอย่างแบบนี้ในกลุ่มซี แต่บริษัทก็ไม่ได้ห้ามสมาชิกกลุ่มซีรับงานเอง พานเจียเจียเพิ่งเป็นพนักงานประจำก็เริ่มรับงานแล้ว ดังนั้นฉันก็มีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลเหมือนกันค่ะ”
การประมูลโครงการใหญ่ที่แต่ละทีมให้ผู้อำนวยการจัดทำแผนด้วยตัวเองเพื่อคว้าสัญญา ถือเป็นธรรมเนียมที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรในสายตาพนักงานเก่า
แต่ในเมื่อไม่ได้เขียนเป็นกฎไว้ คนหนุ่มสาวไม่รู้ก็เป็นเรื่องปกติ คราวหน้าค่อยปรับปรุงกติกาการประมูลให้ชัดเจนก็ได้
