ร่วนชูถังเดินตามทีมกู้ภัยออกไป
โจวเสวี่ยลั่วกับเฉินหยวนหยวนก็รีบตามมาถึง
เฉินหยวนหยวนวิ่งไม่กี่ก้าวก็เข้าไปถึงข้างชูถัง แล้วถามอย่างร้อนใจว่า “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
ในหัวของชูถังสับสนวุ่นวายไปหมด เธอตอบด้วยสีหน้าเหม่อลอยเล็กน้อยว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อกี้สวี่จิ้งเซวียนให้ฉันสอนขี่ม้า ทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดีอยู่แล้ว จู่ ๆ เสวี่ยเป่าก็คลุ้มคลั่ง สวี่จิ้งเซวียนถูกสะบัดตกลงมา ดูเหมือนจะบาดเจ็บไม่น้อยเลย”
โจวเสวี่ยลั่วขมวดคิ้วครุ่นคิด “เสวี่ยเป่าตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกเดือน ก่อนจูงมันออกมาในวันนี้ก็ยังตรวจเป็นพิเศษอีกรอบ ค่าต่าง ๆ ไม่มีปัญหาเลย แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงคลุ้มคลั่งขึ้นมาได้?”
เฉินหยวนหยวนกำหมัดแน่น “หรือสวี่จิ้งเซวียนจะเป็นคนทำ? ฉันจำได้ว่าแรก ๆ เธออยากให้พี่สือซวี่สอนให้ไม่ใช่เหรอ? เดิมทีก็ไม่ค่อยชอบหน้าเธออยู่แล้ว แล้วจู่ ๆ จะมาให้เธอสอนทำไม?”
โจวเสวี่ยลั่วเอ่ยว่า “เจ้าหน้าที่ควบคุมเสวี่ยเป่าไว้แล้ว ฉีดยาระงับประสาทให้มันด้วย เดี๋ยวจะตรวจมันอีกทีนะ ถังถัง อย่าโทษตัวเองเลย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ร่วนชูถังก็ทอดสายตามองไปยังทิศทางที่ทีมกู้ภัยลับหายไปอย่างครุ่นคิด
เธอนึกย้อนถึงรอยยิ้มประหลาดของสวี่จิ้งเซวียนก่อนเกิดอุบัติเหตุ
สัญชาตญาณบอกเธอว่าสวี่จิ้งเซวียนต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน
แต่…
ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ด้วย?
เมื่อนึกถึงสายตาที่เจียงสือซวี่มองมาเมื่อครู่ ชูถังก็คล้ายจะเข้าใจคำตอบขึ้นมาแล้ว
แต่การที่สวี่จิ้งเซวียนทำแบบนี้ ไม่กลัวว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิตหรือไง?
