ไม่นานนัก คุณยายร่างท้วมเล็กน้อยคนหนึ่งก็เดินยิ้มแย้มออกมา “คุณหนูร่วน... ถังถังมาแล้วใช่ไหม?”
ชูถังชะงักไปเล็กน้อย “คุณยายรู้จักฉันด้วยเหรอคะ?”
หญิงชราเดินมาหยุดตรงหน้าร่วนชูถัง ดวงตาพร่ามัวเอ่อคลอด้วยน้ำตา สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง “ถังถังโตขนาดนี้แล้ว ไวจริง ๆ เลยนะ”
ชูถังอ้าปากเล็กน้อย ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เจียงสือซวี่เอ่ยขึ้นในจังหวะพอดี “ฝีมือทำอาหารของผมเรียนมาจากที่นี่ครับ”
ชูถังหันไปมองเขา
เจียงสือซวี่อธิบาย “นี่คือคุณยายหวัง เมื่อก่อนเคยเป็นแม่บ้านของตระกูลซู ฝีมือทำอาหารของคุณน้าซูก็เรียนมาจากคุณยายท่านนี้เหมือนกัน”
คุณยายหวังมองร่วนชูถัง ก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความยินดี “นี่ถังถังจริง ๆ ด้วย ดวงตาเหมือนแม่ไม่มีผิดเลย ถังถัง ตอนเด็ก ๆ ยายยังเคยอุ้มหนูด้วยนะ”
พอชูถังได้ยินคุณยายหวังพูดถึงแม่ ดวงตาก็พลันเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา “ใช่ค่ะ หนูคือถังถัง คุณยายหวัง หนูมาเยี่ยมคุณยายแล้วนะคะ”
“รีบเข้ามานั่งก่อน” คุณยายหวังกวักมือเรียกพวกเขา
“จู้จื่อ ไปซื้อของที่ตลาดในเมืองมาให้หน่อย เลือกของดี ๆ มาหลายอย่าง เดี๋ยวยายจะทำอาหารให้คุณเจียงกับถังถังกิน”
“ได้เลยครับ!” ชายที่ถูกเรียกว่า “จู้จื่อ” รับคำ ก่อนจะขึ้นมอเตอร์ไซค์ในลานบ้านแล้วขี่ออกไป
คุณยายหวังจูงชูถังหวนรำลึกถึงวันวาน ทั้งยังเล่าเรื่องสมัยซูชิงอวิ้นยังสาวให้ฟังอีกมากมาย
ชูถังถึงได้รู้ว่า ตอนนั้นซูชิงอวิ้นตั้งใจหัดทำอาหารเพื่อตามจีบร่วนเซ่าตง
แม่ของเธอ คุณหนูตระกูลใหญ่ที่ไม่เคยต้องลงมือทำงานบ้าน กลับเต็มใจเข้าครัวทำอาหารให้ผู้ชายคนหนึ่ง
ชูถังรู้สึกสับสนอยู่บ้าง
ตอนเด็ก ๆ เธอจำได้ว่าพ่อกับแม่รักกันมาก
