สวี่จิ้งเซวียนมองฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเจียงทั้งน้ำตาคลอเบ้า “คุณย่า...”
ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเจียงมองเจียงสือซวี่ที สวี่จิ้งเซวียนที ก่อนถอนหายใจ “เฮ้อ ช่างเถอะ เซวียนเซวียน ในเมื่อเรื่องวันนั้นเป็นแค่ความเข้าใจผิด งั้นก็พูดต่อหน้าทุกคนอีกสักครั้งเถอะ ฉันเชื่อว่าชูถังไม่ใช่คนไร้เหตุผล”
แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเจียงยังพูดเช่นนี้แล้ว คนในงานก็ไม่มีใครเข้าข้างเธออีก
เธอสูดจมูก ทำท่าราวกับได้รับความไม่เป็นธรรม “วันนั้นที่สนามม้า ฉันขอให้พี่ร่วนสอนขี่ม้า ตอนแรกก็ขี่ได้ดีอยู่แล้ว จู่ ๆ ม้าก็คลุ้มคลั่ง ฉัน...ฉันตกจากหลังม้าจนได้รับบาดเจ็บ”
ทุกคนรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อครู่ฟังจากคำพูดของเจียงสือซวี่ ดูเหมือนเรื่องนี้จะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรบางอย่าง
ทุกคนจึงรู้กันโดยไม่ต้องพูด ไม่มีใครขัดจังหวะ รอให้เธอพูดต่อ
สวี่จิ้งเซวียนเหลือบมองเจียงสือซวี่ สายตาของเขาเย็นเยียบเกินไปจนเธอหวาดกลัว พึมพำเสียงเบาว่า “พูดไปแล้วก็เป็นแค่ความเข้าใจผิด ฉันคิดว่าพี่ร่วนไม่ชอบฉัน จงใจทำให้ม้าคลุ้มคลั่งเพื่อทำร้ายฉัน ภายหลังได้ยินว่าตรวจพบรอยแผลบนต้นคอม้า คาดว่ามันคงบาดเจ็บมาก่อนแล้ว ตอนนั้นฉันเผลอไปโดนแผลเข้า มันถึงได้คลุ้มคลั่ง”
สวี่จิ้งเซวียนมองร่วนชูถัง แววตาน่าสงสาร “ขอโทษนะคะพี่ร่วน ฉันเข้าใจพี่ผิดเอง ไม่ควรคิดร้ายกับพี่ พี่จะยกโทษให้ฉันได้ไหมคะ?”
ชูถังขมวดคิ้วมองเธอ ไม่ตอบอะไร
คุณนายเจียงกล่าวตำหนิ “จิ้งเซวียน ทำไมถึงคิดกับชูถังแบบนั้นล่ะ? เธอจะทำร้ายลูกได้ยังไง?”
