กู้เจ๋อชวนมองแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามา พลางหลุบตาลง น้ำเสียงแผ่วเบา “ร่วนชูถัง”
เจี่ยงอวี่โจวตกใจจนเผลอขึ้นเสียง “อะไรนะ? ร่วนชูถังเหรอ? เธอกำลังจะหมั้นแล้วเหรอ? กับใคร?”
“กับใครไม่สำคัญ” น้ำเสียงของกู้เจ๋อชวนแฝงความคลุ้มคลั่งอย่างยึดติด “ฉันจะไม่ยอมให้เธอหมั้นกับผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด เธอเป็นของฉันได้คนเดียว! ฉันจะตามเธอกลับมาให้ได้!”
“เอ่อ...” เจี่ยงอวี่โจวอึ้งจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาถึงค่อย ๆ เอ่ยอย่างระมัดระวัง “เจ๋อชวน นาย... ทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องหรือเปล่า?”
กู้เจ๋อชวนหัวเราะเย็นชา “ศีลธรรมเหรอ? ฉันไม่สนศีลธรรมอะไรทั้งนั้น ขอแค่มีเธออยู่ข้างกายก็พอ”
ได้ยินแบบนี้ เจี่ยงอวี่โจวก็พูดไม่ออก
ไม่ใช่มั้งเพื่อน ตอนที่เธอคบกับนาย นายกลับมองเธอเป็นแค่ตัวแทน
พอรักแรกกลับมา นายก็ไปคลุกคลีกับรักแรกอีก
ตอนนี้เลิกกันแล้ว อีกฝ่ายก็ใกล้จะหมั้นอยู่รอมร่อ แต่นายกลับมาทำเป็นรักลึกซึ้งอยู่ตรงนี้เนี่ยนะ?
ยังจะพูดอีกว่าไม่สนศีลธรรม ขอแค่มีเธออยู่ข้างกาย
เหลือเชื่อจริง ๆ
เหลือเชื่อเกินไปแล้ว
เจี่ยงอวี่โจวอ้าปาก ก่อนถอนหายใจแล้วพูดว่า “เพื่อน เรื่องแย่งคู่หมั้นคนอื่นฉันไม่เคยทำ เลยไม่ค่อยเข้าใจ ต่างวงการก็เหมือนต่างภูเขา ขอให้โชคดีแล้วกัน”
……
วันสุดสัปดาห์
อพาร์ตเมนต์หมิงเจียหยวน
เจียงสือซวี่ลงครัวทำอาหารกลางวันให้ชูถัง
หลังมื้ออาหาร ชูถังบอกว่า “ฉันนัดกับเพื่อนร่วมงานไว้แล้วว่า บ่ายนี้จะไปเยี่ยมเพื่อนร่วมงานที่บาดเจ็บและนอนโรงพยาบาล”
“เป็นผู้เสียหายจากเหตุทำร้ายร่างกายด้วยมีดครั้งก่อนหรือ?”
