กู้เจ๋อชวนปัดมือผู้หญิงข้างกายที่เกาะอยู่บนแขนเขาออกอย่างไม่รู้ตัว สีหน้าของเธอชะงักไป
“ฉันกับชิวอี้ก็เป็นเพื่อนกัน จะมางานวันเกิดเธอแปลกตรงไหน?” ร่วนชูถังมองเขาด้วยรอยยิ้มคล้ายหัวเราะทั้งที่ไม่ได้หัวเราะ
“เปล่า ฉันนึกว่าเธอไม่ชอบงานปาร์ตี้แบบนี้ เลยไม่ได้บอกเธอล่วงหน้า”
ร่วนชูถังหัวเราะเยาะในใจ คิดว่าฉันไม่ชอบจริง ๆ เลยไม่บอก? หรือจงใจไม่บอกแล้วพาคนอื่นมา?
กู้เจ๋อชวนอธิบายจบก็กวาดสายตาเย็นเยียบไปทั่วห้อง
แววตานั้นเหมือนถามว่า ใครเรียกเธอมา?
ซูชิวอี้เบือนหน้าหนีอย่างรู้สึกผิด ไม่กล้าสบตาเขา ทำเป็นไม่ใช่เรื่องของตัวเอง
“สวัสดี เธอคือร่วนชูถังใช่ไหม? ฉันชื่อเฉินวั่น เธอคงเคยได้ยินเจ๋อชวนพูดถึงฉันบ้างสินะ” ผู้หญิงที่มากับกู้เจ๋อชวนก้าวเข้ามาทักทายร่วนชูถัง
อ๋อ ที่แท้เธอก็คือเฉินวั่น แสงจันทร์รักแรกของกู้เจ๋อชวน
ร่วนชูถังยังรู้สึกเจ็บปวดในใจ หน้าอกอึดอัดแน่น เพราะคบกับกู้เจ๋อชวนมาสามปี จะให้ลบความรู้สึกภายในวันเดียวก็คงไม่ได้
ทว่าเธอเก็บอาการได้ดี ร่วนชูถังแต่งแต้มยิ้มบนริมฝีปาก พยักหน้าตอบ “คุณเฉิน ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว”
เฉินวั่นยิ้มหวานมองเธอ “คุณร่วน มีใครเคยบอกคุณบ้างไหมว่าเราสองคนหน้าเหมือนกันนิดหน่อย?”
พอพูดจบ สีหน้ากู้เจ๋อชวนก็มืดครึ้มทันที
ร่วนชูถังเหลือบมองเขาอย่างขำ ๆ แล้วเบนสายตาสบตากับแววตาที่แฝงด้วยการท้าทายของเฉินวั่น
“โอ๊ะ อย่างนั้นหรือ?” ร่วนชูถังกระพริบดวงตากลมโตใสแป๋ว พูดอย่างใสซื่อไร้เดียงสา “แต่ฉันไม่เห็นจะคิดอย่างนั้นเลยนะ เธอไม่ได้สวยเท่าฉัน”
เหล่าผู้ชมที่มุงดูเหตุการณ์ต่างพากันตกตะลึง
ปกติร่วนชูถังเป็นพวกอ่อนโยนว่าง่ายไม่ใช่หรือ? วันนี้ทำไมพูดจาเหมือนจะหาเรื่อง?
พอเห็นบรรยากาศเริ่มอึดอัด ซูชิวอี้รีบเปลี่ยนเรื่อง
“อย่าเพิ่งยืนเลย มานั่งกันเถอะ”
เฉินวั่นข่มความไม่พอใจที่มีต่อร่วนชูถัง ฝืนยิ้มออกมา ยื่นของขวัญในมือให้ซูชิวอี้ “สุขสันต์วันเกิดนะชิวอี้ นี่ของขวัญให้”
ซูชิวอี้รับมาดู ให้ตายสิ ทำไมถุงของขวัญเหมือนกับที่ร่วนชูถังให้เมื่อกี้เลย
เธอหยิบกล่องของขวัญออกจากถุงอย่างประหลาดใจแล้วเปิดออก “ว้าว ฉันชอบสร้อยเส้นนี้มานานแล้ว ขอบคุณนะพี่เฉินวั่น”
ร่วนชูถังชะงักไปเล็กน้อย ทำไมมันถึงเป็นรุ่นเดียวกับสร้อยที่เธอให้?
ซูชิวอี้เปิดถุงของขวัญที่ร่วนชูถังให้เมื่อครู่อีกถุง “ว้าว! ชูถัง เธอก็ให้สร้อยเส้นนี้กับฉันเหมือนกันเลย!”
“คงเป็นของปลอมมั้ง”
เพื่อนสาวคนหนึ่งข้างหลังซูชิวอี้พูดขึ้นโดยที่ยังไม่ได้ดูด้วยซ้ำ “สร้อยเส้นนี้ราคาตั้งห้าหมื่นกว่าหยวน ร่วนชูถังเป็นแค่ทนายความกระจอก ๆ เงินเดือนจะสักเท่าไหร่? เธอจะซื้อสร้อยแพง ๆ แบบนี้ให้เธอได้ยังไง?”
พอพูดจบ ตรงนั้นก็เงียบกริบทันที
สายตาแปลก ๆ จากทุกทิศทางรวมมาที่ร่วนชูถัง
เห็นได้ชัดว่า ทุกคนเห็นด้วยกับสิ่งที่คนนั้นพูด
เธอเป็นแค่ทนายความเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก จะยอมใช้เงินมากมายขนาดนี้ซื้อของแท้ให้ซูชิวอี้ได้ยังไง
สีหน้ากู้เจ๋อชวนดูแย่มาก “ชูถัง ถ้าเธอไม่มีเงินใช้ก็บอกฉัน ของขวัญฉันก็ช่วยเตรียมให้เธอได้ เธอทำไม...”
ทำไมถึงส่งของปลอม
คำพูดต่อจากนั้นกู้เจ๋อชวนไม่กล้าพูดออกมา แต่คนที่อยู่ตรงนั้นเข้าใจกันดี
ร่วนชูถังมองไปอย่างเย็นชา “กู้เจ๋อชวน เธอก็คิดว่าฉันให้ของปลอมเหมือนกัน?”
กู้เจ๋อชวนหน้าดำไม่ตอบ
ถือว่าเห็นด้วย
ซูชิวอี้ยิ้มแหย ๆ ออกมาไกล่เกลี่ย “ไม่หรอก ฉันกับชูถังสนิทกัน เธอจะให้ของปลอมกับฉันได้ยังไง พวกเธออย่าพูดแบบนั้นเลย มันทำร้ายจิตใจ”
ปากเธอพูดอย่างนั้น แต่ร่วนชูถังก็ยังเห็นแววรังเกียจในแววตาของซูชิวอี้
ใจของร่วนชูถังเย็นวาบ
ที่เธอใช้เงินห้าหมื่นกว่าหยวนซื้อสร้อยเส้นนี้ให้ซูชิวอี้ ก็เพื่อขอบคุณที่เธอเคยดูแลเล็ก ๆ น้อย ๆ มาก่อน
สามปีก่อน ร่วนชูถังทะเลาะกับครอบครัวเพราะปฏิเสธการแต่งงานแบบคลุมถุงชน แล้วหนีมาอยู่ไห่เฉิงคนเดียว
ร่วนเซ่าตงอายัดบัตรของเธอ ตัดแหล่งเงิน เธอไม่ใช้เส้นสายใด ๆ ของตระกูลร่วน อาศัยความพยายามของตัวเองหางานได้ที่สำนักงานกฎหมาย
ปีแรกที่เริ่มงาน ร่วนชูถังเป็นทนายความฝึกหัด เงินเดือนแค่สี่พัน ปีต่อมาสอบใบประกอบวิชาชีพได้เงินเดือนก็ขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่มาก ในสายตาคนพวกนี้ เธอก็คือยาจก
บรรดาคุณหนูคุณชายในแวดวงของกู้เจ๋อชวนไม่เคยมองเธอซึ่งเป็น “ไอ้คนจน” ดี ๆ เลย ทุกครั้งที่ไปเที่ยวก็จะกีดกันหรือรังเกียจเธอทั้งทางตรงและอ้อม
กู้เจ๋อชวนทำเป็นมองไม่เห็น แต่ซูชิวอี้กลับช่วยเธอคลี่คลายสถานการณ์หลายครั้ง ยังชวนเธอคุยอีกด้วย
ตอนแรกชูถังนึกว่าซูชิวอี้จะต่างจากคนอื่น ที่ไหนได้เธอก็มองไม่เห็นหัวเธอเหมือนกัน
น่าขำจริง ๆ
ในคืนที่เธอตกลงแต่งงานแบบคลุมถุงชน ร่วนเซ่าตงก็คืนสิทธิ์การใช้บัตรธนาคารให้ ห้าหมื่นหยวนสำหรับเธอน่ะมันไม่ต่างจากห้าสตางค์
“เอาสร้อยมาให้ฉันเถอะ เดี๋ยวฉันจะหาของขวัญวันเกิดให้ใหม่” กู้เจ๋อชวนเอ่ย “ชูถังไม่รู้เรื่อง ขอโทษด้วย”
ซูชิวอี้มองร่วนชูถังทีหนึ่ง แล้วมองกู้เจ๋อชวนทีหนึ่ง ตกอยู่ในทางสองแพร่ง
ถ้าเธอไม่ยอมเอาสร้อยให้กู้เจ๋อชวน ก็เท่ากับไม่ให้เกียรติเขา
ถ้าให้ ก็แสดงว่าเธอเองก็คิดว่าสร้อยเป็นของปลอม ต่อหน้าร่วนชูถังจะเสียหน้า แต่ร่วนชูถังเป็นแฟนของกู้เจ๋อชวน ดังนั้นจริง ๆ แล้วหน้าที่เสียก็คือหน้าของกู้เจ๋อชวน
“เขาอยากได้ เธอก็ให้เขาสิ” ร่วนชูถังกอดอก มองกู้เจ๋อชวนอย่างเย็นชา
ซูชิวอี้จำต้องยื่นสร้อยให้เขา
เฉินวั่นที่อยู่ข้าง ๆ พลันเอ่ยขึ้น “เจ๋อชวน อย่าโทษคุณร่วนเลย เธอก็หวังดีนะ”
กู้เจ๋อชวนไม่พูด ยังคงสีหน้าบึ้งตึงตลอด
ตอนนั้นเองมีคนเสนอให้เล่นเกมเพื่อคลายบรรยากาศ
เฉินวั่นยิ้มเข้าไปร่วมดื่มและเล่นเกมกับพวกเขา
ร่วนชูถังไม่ชอบไปมั่วสุมกับความวุ่นวายแบบนั้น จึงเดินไปนั่งบนโซฟาตรงมุมคนเดียว
กู้เจ๋อชวนเดินหน้านิ่งมานั่งลงข้าง ๆ เธอ
ร่วนชูถังไม่สนใจเขา เอาแต่เล่นมือถือ
พักใหญ่ กู้เจ๋อชวนถึงพูดด้วยน้ำเสียงหม่น “เธอไม่มีเงิน จะให้ของถูกหน่อยก็ยังดีกว่าส่งของปลอมให้คนอื่น”
“ถ้าคิดว่าเป็นของปลอมก็คืนฉันมาเถอะ” สายตาของร่วนชูถังยังจับจ้องที่มือถือ น้ำเสียงราบเรียบ
“แบบนี้เธอทำให้ฉันเสียหน้านะ รู้ไหม?”
ร่วนชูถังหลับตาลงหายใจเข้าลึกสองครั้ง แล้วลืมตาขึ้นทันใด
เธอหันไปมองกู้เจ๋อชวน
“ฉันทำให้เธอเสียหน้าตรงไหน? ใบเสร็จก็อยู่ในนั้น เธอดูเองไม่เป็นหรือไง? ต้องให้ฉันพาเธอไปที่ร้านแล้วถามพนักงานให้ดูเลยไหม?”
กู้เจ๋อชวนชะงักไปอึดใจ จึงก้มลงหาใบเสร็จ
พอเห็นใบเสร็จ กู้เจ๋อชวนถึงเชื่อว่าสร้อยเส้นนี้เป็นของแท้ สีหน้าผ่อนลง น้ำเสียงอ่อนลง “เมื่อกี้ทำไมเธอไม่บอกว่ามีใบเสร็จ?”
ร่วนชูถังแค่นเสียง “ขี้เกียจพูด”
พูดจบก็เล่นมือถือต่อ
พักใหญ่ กู้เจ๋อชวนข้างกายถึงเอ่ยขอโทษด้วยเสียงเบา
“ขอโทษ เรื่องวันนี้ฉันเข้าใจเธอผิด”
ร่วนชูถังทำเป็นไม่ได้ยิน ตั้งอกตั้งใจเล่นเกม
กู้เจ๋อชวนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ไม่พูดอะไรอีก แต่สายตากลับคอยจับจ้องไปที่กลุ่มคนที่กำลังเล่นเกมอยู่
ให้พูดให้ชัดก็คือ จับจ้องไปที่เฉินวั่น
ร่วนชูถังเล่นเกมจบหนึ่งตาจึงเงยหน้าขึ้น พอดีเห็นกู้เจ๋อชวนกำลังมองเฉินวั่น
เฉินวั่นแพ้เกม ถูกคนร้องตะโกนให้ดื่ม
ตอนแรกกู้เจ๋อชวนยังข่มใจไว้
แต่พอเขาเห็นเฉินวั่นดื่มแก้วที่สามและกำลังจะดื่มแก้วที่สี่ เขาก็ลุกพรวดเดินเร็วเข้าไปหาเฉินวั่น กระชากแก้วเหล้าในมือเธอมาทันที
“ท้องไม่ดีแล้วยังดื่มเหล้ามากขนาดนี้ เฉินวั่น เธอไม่เอาชีวิตแล้วหรือไง?”
ใคร ๆ ก็ดูออกว่ากู้เจ๋อชวนโกรธ
ห้องที่เพิ่งเอะอะเมื่อครู่เงียบกริบในพริบตา
ทุกคนรวมสายตามาที่พวกเขา
เฉินวั่นฮึดฮัด เงยหน้าสบตากับสายตาเดือดดาลของกู้เจ๋อชวน “เธอมาสั่งฉัน?”
“เธอห้ามดื่มเหล้าอีก”
กู้เจ๋อชวนกวาดสายตาเย็นเยียบไปที่กลุ่มคนเล่นเกม เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน “ใครกล้ากรอกเหล้าเธออีกก็ลองดู”
คนพวกนั้นพากันเบือนหน้าหลบ ไม่กล้าสบตาเขา
ร่วนชูถังนั่งอยู่บนโซฟามองดูเรื่องวุ่นวายนี้อย่างเย็นชา ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ
เฉินวั่นลุกหมายจะแย่งแก้วเหล้านั้นคืน
กู้เจ๋อชวนยกแก้วขึ้นสูงไม่ให้เธอแตะถึง
เฉินวั่นเขย่งปลายเท้า ทว่าเสียหลักล้มลงในอ้อมกอดของกู้เจ๋อชวน
กู้เจ๋อชวนใช้แขนอีกข้างรัดเธอไว้แน่น “ระวังหน่อย ผ่านไปตั้งหลายปีแล้วยังซุ่มซ่ามอยู่อีก”
เฉินวั่นแก้มแดงก่ำ อิงแอบในอ้อมกอดของกู้เจ๋อชวน เงยหน้ามองเขา น้ำเสียงเจือแววออดอ้อน
“กู้เจ๋อชวน เธอนี่น่ารังเกียจจริง ๆ เลย”
คนรอบข้างเริ่มโห่ร้องอีกครั้ง
กู้เจ๋อชวนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเงยหน้าขึ้นก็ปะทะกับดวงตาเย็นชาของร่วนชูถังโดยไม่ทันตั้งตัว