"คุณหนู ข้าน้อยแอบได้ยินท่านเสนียงเฟิงกระซิบกับท่านเจ้าบ้านว่า—เพราะคุณหนูเสียตัวไป ตระกูลซ่งจึงถอนหมั้น เป็นการทำให้ตระกูลของเราเสียชื่อเสียง ท่านเสนียงจึงให้ท่านเจ้าบ้านเชิญหมอตำแยมาตรวจร่างกายคุณหนู หากเสียตัวจริง จะยุยงให้ท่านเจ้าบ้านเอาคุณหนูไปจุ่มน้ำทั้งเป็นเพื่อรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูล!"
หลินหลงมือสั่น หนังสือที่กำลังอ่านอยู่ร่วงลงกับพื้น
วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดครบสิบห้าปีและพิธีเซี่ยจี้ของนาง
ซ่งชิงซูเมาสายแล้วมาประกาศหน้าประตูจวนตระกูลเฉิน ว่าตระกูลเฉินปิดบังเรื่องที่หลินหลงเคยถูกริบโจรลักพาตัวไปเมื่อปีก่อน
กว่าจะตามตัวนางกลับมาได้ก็กินเวลาครึ่งปี หลินหลงอาจเสียตัวไปแล้ว เขาจึงเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัลว่าจะถอนหมั้นกับนาง
……
เรื่องนี้ปกปิดมิดชิดไร้รอยรั่ว ใครกันที่ไปบอกตระกูลซ่ง?
ชิงซูเคยเรียนหนังสือด้วยกันกับนาง ต่อให้จะถอนหมั้น ก็ไม่ควรทำถึงเพียงนี้
หลินหลงกำลังคิดหาหนทางสืบหาความจริงอยู่ เสนียงก็มาเสนอความคิดชั่วๆ ทางด้านหลังท่านพ่อเสียแล้ว
การถอนหมั้นทำให้หลินหลงและตระกูลอับอายขายหน้าอยู่แล้ว การตรวจร่างกายเป็นวิธีที่ใช้กับหญิงที่หนีตามชายไปหรือประพฤติตัวไม่เหมาะสม
เหตุใดต้องมาดูถูกนางถึงเพียงนี้?
"ท่านแม่ล่ะ?" หลินหลงถาม
"คุณนายท่านกำลังร้องไห้อยู่ในห้องพักเจ้าค่ะ" สาวใช้เสี่ยวฝูตอบ
ท่านแม่เป็นคนอ่อนแอมาตลอด อีกทั้งท่านพ่อก็ปล่อยให้เสนียงรังแกพวกเราสองแม่ลูกเป็นประจำ
หลินหลงหัวเราะเยาะเย้ย "ฮึ อยากจะซ้ำเติมตอนที่ข้าตกอับหรือ เชิญเลย รอดูก็แล้วกัน"
การหมั้นหมายครั้งนี้ ต่อให้ตระกูลซ่งจะมาขอขมาถึงหน้าประตู นางก็จะไม่หวนกลับไปอีก
การตรวจร่างกายอันน่าอัปยศนี้ นางก็จะไม่ยอมทนรับไว้เฉยๆ
เมื่อถูกโจมตี ทางที่ดีที่สุดคือโต้กลับ มิใช่รีบเร่งพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง
"ท่านพ่อบอกหรือไม่ว่าจะตรวจร่างกายเมื่อใด?" ใบหน้างดงามของหลินหลงต้องแสงเทียนสลัว สีหน้าไม่แน่ไม่นอน
"สามวันให้หลังเจ้าค่ะ"
"ฮึ่ม...ข้าจะไม่ยอมให้พวกเขาทำร้ายข้าได้ตามอำเภอใจ"
นางหยิบสมุดบันทึกรายชื่อชนชั้นสูงในเมืองหลวงและความสัมพันธ์ของพวกเขาที่จดบันทึกไว้ตลอดหลายปีมานี้ออกมา เปิดอ่านอย่างละเอียด
……
สามวันให้หลัง
ตระกูลเฉินเชิญหมอตำแยเฉา ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือที่สุดในเมืองหลวงมาจริงๆ
อีกทั้งยังเชิญบุตรสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลซ่ง และเหล่าคุณหญิงคุณนายจ้าววงศ์ตระกูลชั้นนำในเมืองหลวงจำนวนหนึ่งมาร่วมเป็นสักขีพยานอีกด้วย
เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบุตรสาวสกุลเฉินต่อหน้าธารกำนัล
ท่านพ่อเฉินเห็นผู้คนมาครบแล้วจึงลุกขึ้นประกาศ "วันนี้เชิญแม่นางเฉามาตรวจดูว่าบุตรสาวของข้ายังเป็นสาวบริสุทธิ์หรือไม่"
เขาหยุดชั่วขณะ แล้วกวาดสายตามองเหล่าคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ในห้องโถง กล่าวอย่างจริงจัง "หากมิใช่หญิงพรหมจารี ตระกูลเฉินยินยอมที่จะเอาตัวนางจุ่มน้ำทั้งเป็น เพื่อรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูล"
ถ้อยคำอันแฝงไปด้วยความเลือดเย็นนี้ทำให้ทั่วทั้งห้องโถงเงียบสงัด
บุตรสะใภ้ใหญ่ตระกูลซ่งหัวเราะเบาๆ อย่างไม่เหมาะเจาะ "ท่านเจ้าสำนัก โปรดอภัยที่ตระกูลซ่งเสียมารยาท การถอนหมั้นของเราเป็นเพราะจำเป็น ตระกูลเราให้ความสำคัญกับฐานันดรและชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเป็นที่สุด"
"คุณนายใหญ่บอกไว้ว่า ตระกูลเฉินอธิบายเรื่องครึ่งปีที่หลินหลงหายไปไม่ได้ก็ไม่เป็นไร วันนี้หากพิสูจน์ได้ว่านางยังบริสุทธิ์ การหมั้นหมายของเราก็ยังคงเป็นอันใช้ได้"
หลินหลงได้ยินคำพูดที่เย่อหยิ่งและดูถูกเหยียดหยามนี้ ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
นางก้าวออกมาจากด้านหลังฉากกั้น มือหนึ่งประคองกล่องผ้าแพรอยู่
ภายในกล่องบรรจุเอกสารการหมั้นหมาย เช่น หนังสือสัญญาหมั้น หนังสือกำหนดวันมงคล และบัญชีรายการของหมั้น
นางย่างสามขุมเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ กล่าวคำนับคุณหญิงคุณนายที่อยู่ในที่นั้น
ไม่สนใจสายตาข่มขู่ของท่านพ่อ เอ่ยขึ้นว่า "หลินหลงรู้ดีว่าร่างกายของข้าบริสุทธิ์แค่ไหน"
"ตระกูลซ่งถือการหมั้นหมายเป็นเรื่องเล่นๆ ถอนหมั้นต่อหน้าธารกำนัล ทำลายหน้ากองตระกูลเฉิน"
"ตระกูลเช่นนี้ ต่อให้มากราบอ้อนวอน ข้าก็จะไม่ย่างก้าวเข้าไป"
ท่านพ่อเฉินโกรธจัด "ผู้ใหญ่กำลังพูดจา ไหนมีลูกหลานออกมาขัดปากได้!"
"ท่านพ่อยังคิดจะเอาลูกสาวไปจุ่มน้ำทั้งเป็นอยู่เลย จะมีอะไรที่พูดไม่ได้อีกเล่า?"
หลินหลงหัวเราะเย็นชา เปิดกล่องผ้าแพร แล้วหยิบเอกสารสัญลักษณ์แห่งการหมั้นหมายทั้งหมดในนั้นออกมา
ท่ามกลางเสียงอุทานตกใจของผู้คนทั่วทั้งห้องโถง นางใช้สองมือออกแรงสุดกำลังฉีกเอกสารเหล่านั้นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วโยนลงพื้นอย่างแรง
"ตระกูลซ่งเอ่ยปากพูดเรื่องชื่อเสียงวงศ์ตระกูลไม่ขาดปาก ไม่รู้ว่าตระกูลซ่งนั้นมีชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเช่นไรกันแน่?"
"เรื่องการแต่งงานอันใหญ่หลวง กลับกลับคำต่อหน้าธารกำนัล เหยียบย่ำผู้อื่น นี่คือชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของจวนซ่ง"
"หลินหลงไม่ยอมแต่งเข้าประตูตระกูลที่ไร้ซึ่งสัจจะ ไร้ซึ่งคุณธรรม ไร้ซึ่งมนุษยธรรม ไร้ซึ่งศีลธรรมเช่นนี้!"
คำพูดนี้รุนแรงเกินไป ฝ่ายตระกูลซ่งลุกขึ้นโต้กลับ "คุณหนูใหญ่พูดจาเหลวไหลสิ้นดี! คุณหญิงผู้สูงศักดิ์ควรอยู่แต่ในเรือน กลับหายไปจากจวนถึงครึ่งปี พวกเราจำต้องสืบให้กระจ่างเป็นธรรมดา"
"หลินหลงหุบปาก! คนใช้ จับหลินหลงไปที่ห้องปีก ขอเชิญหมอตำแยตรวจร่างกายเดี๋ยวนี้!"
บ่าวหญิงร่างใหญ่หลายคนเข้ามาจับตัวหลินหลงไว้
หลินหลงถอยหลังหนึ่งก้าว ทันใดนั้นก็ชักกรรไกรออกจากอกเสื้อจ่อที่ลำคอของตัวเอง ปลายมีดอันคมกริบกดลงเป็นรอยเลือดจางๆ ทันใด
ทำให้พวกบ่าวหญิงตกใจพากันหยุดชะงัก
นางเอ่ยเย็นชาว่า "ไม่อย่างนั้นกรรไกรเล่มนี้จะตัดผมของข้า ดำรงชีวิตอยู่กับพระธรรมและใต้เทียนซีไปชั่วชีวิต"
"ไม่อย่างนั้น กรรไกรเล่มนี้จะปักเข้าอกของข้า ท่านพ่อจะได้เชิญหมอตำแยมาตรวจดูศพของข้าว่าบริสุทธิ์หรือไม่ก็ได้"
"ท่านพ่อ เลือกเถิด"
นางกวาดสายตามองไปทั่วห้องโถงด้วยแววตากระวนกระวาย แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากเข้าข้างนาง
ท่านพ่อสั่งพวกบ่าวหญิง "ยืนงันอยู่ทำไม? ไปแย่งกรรไกรนางมาให้ได้!"
พวกบ่าวหญิงพากันกรูเข้าไป บ้างดึงแขน บ้างโอบเอว กรรไกรถูกชิงไปในที่สุด
หลินหลงดิ้นรนสุดแรง กัดฟันพูดกับท่านพ่อ "ท่านพ่อทำกับข้าเช่นนี้ วันหนึ่งหลินหลงจะทำให้ท่านต้องเสียใจ"
"ลูกอกตัญญู! ลากไปตรวจ!" เสิ่นเจิ้งหยวนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน โกรธจนแทบระเบิด
หลินหลงน้ำตาคลอหน่วย ความโกรธในใจแทบจะทะลวงอกออกมา
ในจังหวะที่มือของบ่าวหญิงกำลังจะแตะต้องตัวนาง เสียงตวาดกังวานก้องจากนอกประตูดังขึ้น—"ดูสิว่าผู้ใดกล้า!"
