กัวอ้ายกั๋วยังไม่ทันรู้ตัวว่ามีอะไรผิดปกติ ยังคงวางท่าพูดอยู่ตรงนั้นว่า
“อืม แบบนี้สิถึงจะถูก·····”
เขายังพูดไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงตวาดเกรี้ยวกราดของพ่อดังขึ้นว่า “กัวอ้ายกั๋ว แกมานี่เดี๋ยวนี้!”
กัวอ้ายกั๋วสะดุ้ง รีบสวมแว่นตาแล้วมองไปข้างหน้า ก็เห็นพ่อกำลังจ้องเขาเขม็งด้วยความโมโห
สีหน้าของเขาพลันซีดเผือด เอ่ยตะกุกตะกักว่า
“พ่อ...พ่อมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ?”
กัวซวงเฉวียนโมโหจนเดินปรี่เข้ามา ถอดรองเท้าฟาดหัวกัวอ้ายกั๋วไปหนึ่งที
“ไอ้เด็กเหลือขอ ฉันบอกให้แกทำความรู้จักกับคนอื่นดี ๆ แล้วนี่แกพูดจาแบบนี้กับเขาเหรอ?
ยังกล้าเอาฉันไปข่มคนอื่นอีก? ยังกล้าพูดว่าจะทำให้ทั้งครอบครัวเขาไม่มีความสุขอีกเหรอ?
ฉันว่าแกคงได้ใจจนปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ”
เลขาธิการกู้ยืนกอดอกหัวเราะอยู่ข้าง ๆ ไม่พูดแทรกสักคำ
เซี่ยเจิ้งยืนอยู่ข้างเขา สายตาจับจ้องหลินจือ
เมื่อเห็นเธอทำท่าราวกับกำลังจะร้องไห้ ทั้งยังผงะหลบไปข้าง ๆ มุมปากของเขาก็ยกขึ้นน้อย ๆ อย่างลับ ๆ
นี่กำลังโยนกัวอ้ายกั๋วเข้าเตาไฟอยู่หรือไง?
กัวอ้ายกั๋วถูกพ่อทำเอางงงัน ยังอยากแก้ตัวว่า “พ่อ ผมไม่ได้...ผมแค่...”
“แกแค่อะไร? พูดมา!”
กัวซวงเฉวียนโมโหจนแทบระเบิด หันไปขอโทษหลินจือซ้ำ ๆ ว่า
“สหายหลิน ผมขอโทษจริง ๆ เป็นเพราะผมอบรมเจ้าลูกคนนี้ไม่ดีเอง มันพูดจาเหลวไหล อย่าเก็บไปคิดเลยนะ
โรงงานช่างกลเป็นของรัฐ ผมไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้น
กลับไปแล้วผมจะจัดการอบรมมันให้ดีแน่นอน”
หลินจือถึงค่อยเลิกทำท่าหวาดกลัว แล้วพูดเสียงนุ่มว่า
