พูดตามตรง เสวียเสี่ยวเป่าเป็นคนที่ทำให้คนอื่นอารมณ์เสียได้ง่ายจริง ๆ
เจ้าของโรงแรมตระกูลชูถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งว่า “หนีออกจากบ้านมาที่นี่ทำไมล่ะ”
เสวียเสี่ยวเป่าตอบอย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดาว่า “ที่นี่มีของอร่อยตั้งเยอะ หนูหนีออกจากบ้านเพื่อให้พ่อโมโห ไม่ได้หนีมาให้ตัวเองต้องลำบากสักหน่อย แน่นอนว่าต้องไปที่ที่สบายสิ”
เด็กคนนี้ก็ฉลาดไม่เบา
เสวียเสี่ยวเป่าลูบคาง ดวงตากลมโตใสกระจ่างกะพริบปริบ ๆ “อีกสักสิบนาที แม่ก็น่าจะมาตามหาหนูแล้วละ”
พอนึกภาพว่าพ่อจอมร้ายกาจของตัวเองคงโดนแม่อบรมยกใหญ่แล้ว เสวียเสี่ยวเป่าก็อดหัวเราะคิกคักออกมาไม่ได้
เจ้าของโรงแรมตระกูลชูพูดหยอกว่า “นี่หนูเห็นพ่อเป็นศัตรูไปแล้วหรือไง”
เสวียเสี่ยวเป่าส่งเสียงฮึ “ใครใช้ให้เขาชอบรังแกหนูอยู่เรื่อยล่ะ!”
เจ้าของโรงแรมตระกูลชูจิบชาอย่างสง่างาม ก่อนจะพูดเนิบ ๆ ว่า “ช่วงที่หนูเกิด พ่อของหนูก็ลำบากไม่น้อยเหมือนกันนะ”
เสวียเสี่ยวเป่าสนใจขึ้นมา “ยังไงเหรอ”
เจ้าของโรงแรมตระกูลชูว่า “ช่วงนั้นแม่ของหนูต้องไปทำงานทุกวัน พ่อของหนูก็เลยต้องอยู่บ้านฟักไข่คนเดียว ได้ยินว่าจวนเจียนจะเป็นโรคซึมเศร้าเลยละ”
นี่เป็นครั้งแรกที่เสวียเสี่ยวเป่าได้ยินเรื่องนี้ เขาถามอย่างไม่แน่ใจว่า “จริงเหรอ”
เจ้าของโรงแรมตระกูลชูพยักหน้า “จริงสิ”
ไป๋เหยาตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนก็คลอด ไม่ได้เจ็บปวดอะไร ใช้เวลาแค่ประมาณสิบกว่านาที จากนั้นเธอก็คลอดไข่ออกมาหนึ่งฟอง
เสวียเหยียนจึงจำต้องลาคลอด
ร่างกายของไป๋เหยาฟื้นตัวเร็วมาก วันรุ่งขึ้นก็กลับมากระฉับกระเฉงแล้ว แต่หลังจากนั้นคนที่ลำบากก็คือเสวียเหยียน เขาต้องขังตัวเองอยู่ในห้องฟักไข่นานกว่าสี่สิบวัน กว่าไข่จะฟักออกมา
