ระหว่างทางที่จางเยว่หลินมา เขาติดต่อฟู่จินหลิงไว้แล้ว
แม้ฟู่จินหลิงจะอดหลับอดนอนมาทั้งคืน และกำลังจะเข้านอน แต่พอรู้ว่าอาจมีเบาะแสใหม่
เธอก็หายง่วงทันที บอกว่าจะรอพวกเขาอยู่ที่บ้าน
ส่วนเฝิงเสี่ยวอันตามหลักควรไปโรงเรียน แต่คงเพราะเรื่องเมื่อคืน ตื่นมาด้วยอาการอิดโรย
ฟู่จินหลิงเห็น จึงให้กลับไปพักในห้อง แล้วลาเรียนกับครู
เฝิงเจียงเชากลัวว่าเฝิงเสี่ยวอันจะสติฟั่นเฟือนเพราะป่วย แล้วเผลอพูดความลับออกไป
จึงแสร้งทำเป็นว่าต้องดูแลลูก
แล้วก็ลาเรียนอีกคน
ดังนั้นเมื่อถังชงกับจางเยว่หลินมาถึงบ้าน สมาชิกทั้งสามคนจึงอยู่พร้อมหน้า
เฝิงเจียงเชารู้สึกผิดมากกว่าครั้งก่อน จึงกระตือรือร้นเป็นพิเศษ “หัวหน้าจาง ที่ปรึกษาถัง เชิญข้างในเลยครับ ผมชงชาไว้บนโต๊ะแล้ว”
จางเยว่หลินมองเขาแวบหนึ่ง “อืม”
ใจเฝิงเจียงเชากระตุกวูบ ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะเอ่ยอะไร เขาก็คิดฟุ้งซ่านไปก่อน
หรือว่า...จะสืบเจออะไรเข้าจริง ๆ แล้วนะ!
ถังชงไม่อยากเสียเวลา ถามตรง ๆ ว่า “เฝิงเสี่ยวอันล่ะ เธออยู่บ้านไม่ใช่หรือ”
ฟู่จินหลิงตอบ “เด็กคนนี้ป่วยค่ะ กำลังพักอยู่ในห้อง... มีอะไรหรือคะที่ปรึกษาถัง คุณมีธุระกับเสี่ยวอันเหรอ”
ถังชง “ค่ะ มีเรื่องจะถาม”
สิ้นเสียง เฝิงเจียงเชาก็ร้อนรนขึ้นมาก่อน “เด็กอย่างเธอจะไปรู้อะไร อยากถามอะไรก็ถามเราสิ เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย ได้แต่พูดเพ้อเจ้อ!”
จางเยว่หลินหรี่ตา “เสี่ยวอันก็ใกล้จะสิบสองแล้วนะ เป็นเด็กที่รู้ความ จะไปพูดเพ้อเจ้อในเรื่องแบบนี้ได้ยังไง”