บทที่ 13 นามจอมโจรศักดิ์สิทธิ์ สมคำร่ำลือ
หลังฟังคำพูดของหลี่เว่ยตง หานต้าพ่าวก็เข้าใจแจ่มแจ้งว่าเป็นคนในขโมยของ ยังต้องสืบอีกหรือ แค่ใช้ปลายเท้าคิดก็รู้ว่าเรื่องนี้แปดเก้าส่วนต้องเป็นฝีมือบังเกิ่ง จอมโจรศักดิ์สิทธิ์แน่
ก็คนสมัยนี้คิดอะไรเรียบง่าย ประกอบกับบังเกิ่งยังเด็ก ใครจะไปสงสัยเด็กคนหนึ่งได้
แต่หานต้าพ่าวไม่เหมือนคนอื่น เขาเป็นผู้ทะลุมิติที่มีมุมมองประหนึ่งพระเจ้า
“รองหัวหน้าหลี่ วางใจได้ครับ เรื่องนี้ปล่อยให้ผมจัดการเอง”
หานต้าพ่าวตบอกดังปึง สีหน้าเคร่งขรึมเปี่ยมความชอบธรรม
“ทรัพย์สินของโรงงานก็คือทรัพย์สินของพวกเราเหล่าคนงาน ของสักเข็มด้ายสักเส้นก็หายไม่ได้! ผมรับรองว่าภายในสามวัน จะจับหนูขโมยเสบียงตัวนี้มาให้ได้แน่นอน!”
“ดี! ได้ยินนายพูดแบบนี้ ฉันก็วางใจแล้ว!”
หลี่เว่ยตงดีใจมาก ตบไหล่หานต้าพ่าวแรง ๆ แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและเชื่อใจ
“ต้าพ่าว ต้องการคนเท่าไรก็บอกมาได้เลย พวกหนุ่ม ๆ ในกองนี้ นายเรียกใช้ได้ตามสบาย!”
“คนคงไม่ต้องใช้มากหรอกครับ”
หานต้าพ่าวโบกมือ ทำท่าครุ่นคิดลึกซึ้งก่อนเอ่ย “ผมว่าเรื่องนี้ไม่ควรตรวจสอบอย่างเอิกเกริก”
“หืม? ทำไมล่ะ?”
หลี่เว่ยตงเริ่มสนใจ
หานต้าพ่าวกระแอมเบา ๆ แล้วเริ่มแสดงฝีมือ
“รองหัวหน้าหลี่ลองคิดดูสิครับ โจรคนนี้ขโมยเสบียงไปได้หลายครั้งต่อหน้าต่อตาพวกเรา แสดงว่าเขาต้องรู้สภาพแวดล้อมในโรงงาน โดยเฉพาะเส้นทางกับเวลาที่มีคนลาดตระเวนรอบคลังสินค้าเป็นอย่างดีแน่ นี่ต้องเป็นคนใน แถมยังเป็นมือเก่าอีกด้วย”
“ถ้าเราไปตรวจสอบกันอย่างเอิกเกริก ก็เท่ากับแหวกหญ้าให้งูตื่นไม่ใช่หรือครับ พอโจรกลัวขึ้นมาแล้วหลบซ่อน พวกเราจะไปหาตัวที่ไหน?”
หลี่เว่ยตงฟังแล้วพยักหน้าหงึก ๆ รู้สึกว่าหานต้าพ่าววิเคราะห์ได้มีเหตุผลมาก
สมแล้วที่เป็นวีรบุรุษผู้จับสายลับได้ หัวไวจริง ๆ
“ถ้าอย่างนั้น ตามความคิดของนาย...”
หานต้าพ่าวยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนขยับเข้าไปกระซิบข้างหูหลี่เว่ยตง
“เราก็ทำแบบนอกผ่อนในเข้มครับ”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลดการลาดตระเวนรอบคลังสินค้าลงครึ่งหนึ่ง! แล้วกำหนดเวลาให้แน่นอน ทุกวันก็แค่เดินตรวจผ่านไปสองสามรอบ ทำให้พอเป็นพิธีก็พอ”
