เจียงอวี่สามวันนี้ไม่ได้นอนหลับดีเลย
เขาโทรศัพท์ไปสิบกว่าสาย
โทรหาเพื่อนสมัยมัธยม เพื่อนบอกว่าช่วงนี้เงินตึงมือ
โทรหาลูกค้าประจำที่บาร์ที่พอจะสนิทกันบ้าง อีกฝ่ายก็หัวเราะฮ่าๆ เปลี่ยนเรื่อง
ไปขอฝ่ายบัญชีเบิกเงินเดือนล่วงหน้า ฝ่ายบัญชีบอกว่าไม่มีแบบอย่างนี้...
เขาพยายามขอสินเชื่อออนไลน์ที่อนุมัติทันที แต่เพราะตอนจําเป็นต้องใช้เงินก่อนหน้านี้เคยกู้แล้วจ่ายช้า จึงลองหลายครั้งก็ไม่อนุมัติ
วันที่สามเป็นวันเสาร์
หกโมงครึ่งตอนเย็น เขาขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าส่งอาหาร ไปรับเจียงชิงน้องสาวเลิกเรียน
เจียงชิงใส่ชุดนักเรียน สะพายกระเป๋านักเรียน วิ่งออกมาจากประตูโรงเรียน
“พี่! พี่มาได้ไง?”
“ผ่านทางมา เลยแวะมารับ”
เจียงอวี่รับกระเป๋านักเรียนของเธอ
เจียงชิงเงยหน้ามองเขา
“วันนี้สอบย่อยคณิต หนูสอบได้ที่หนึ่งของห้อง”
“เก่งมาก”
เจียงอวี่อยากจะยิ้ม แต่มุมปากดึงไม่ขึ้น
เจียงชิงสังเกตเห็น
“พี่ รอยคล้ำใต้ตาพี่หนักมากเลย”
“งานที่บาร์ยุ่ง”
เจียงอวี่พูดเรียบๆ
“กลับบ้านกันเถอะ”
บนเบาะหลังรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เจียงชิงพูดเจื้อยแจ้วเรื่องที่โรงเรียน
เจียงอวี่ฟังไปด้วย นิ้วเคาะเบาๆ บนแฮนด์รถ
เหลืออีกสองชั่วโมง
สองทุ่มครึ่งตอนค่ำ เขามาถึงบาร์ “คนหลงทาง” ตรงเวลา
“หน้าตาพี่ดูแย่มากเลย”
เพื่อนร่วมงานอู๋ฉียื่นเชคเกอร์ให้เขา
“ป่วยเหรอ?”
“นอนไม่พอ”
เจียงอวี่รับมา เริ่มเตรียมวัตถุดิบสำหรับคืนนี้
สามทุ่มครึ่ง มือถือในกระเป๋าสั่นสะเทือนครั้งหนึ่ง
เจียงอวี่หยิบออกมาดู เป็นข้อความสั้น
【ประตูหลัง เดี๋ยวนี้】
เขาชะงักไปสองวินาที วางเชคเกอร์ลง แล้วบอกเพื่อนร่วมงานข้างๆ
“ผมออกไปแป๊บนะ”
ในตรอกประตูหลัง พี่อ้วนหัวล้านรออยู่แล้ว
คราวนี้พามาสี่คน
“สามวันแล้วนะ เจียงอวี่”
พี่อ้วนเล่นไฟแช็กในมือ
“เงินล่ะ?”
“พี่อ้วน ผ่อนผันอีกสักสองสามวัน”
เสียงของเจียงอวี่ราบเรียบมาก
“สิ้นเดือนเงินออก ผมจะใช้คืนเต็มจำนวนไม่ขาดสักแดง”
“สิ้นเดือน?”
พี่อ้วนหัวเราะ แล้วส่งสัญญาณตาให้คนข้างๆ
“วันนี้เพิ่งยี่สิบเอง นายจะให้ข้ารอถึงสิ้นเดือนเลยรึ? พวกพี่น้องจะเอาอะไรกินล่ะ?”
“ผมไม่มีจริงๆ...”
“งั้นก็ได้”
พี่อ้วนเก็บไฟแช็ก
“พวกเราไปหาไอ้หนูนายที่โรงเรียนละกัน ข้าว่านะเด็กสาวนั่นหน้าตาจิ้มลิ้มไม่เบา อย่าไปเรียนต่อเลย มาทำงานที่คลับดีกว่า ที่นั่นหาเงินง่าย”
สีหน้าของเจียงอวี่เปลี่ยนไปทันที
“อย่าไปหาเธอ”
“งั้นนายก็ใช้เงินมาสิ!”
เสียงพี่อ้วนดังขึ้นทันที
“ให้เวลานายแล้วสามวันนะเว้ย! คิดว่าข้าทำบุญหรือไง?”
ปากตรอกมีเสียงฝีเท้าดังเข้ามา
ทุกคนหันไปมอง
ลี่เซียวก้าวออกมาจากเงามืด ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ พับแขนเสื้อถึงข้อศอก
ในมือถือกุญแจรถ หมุนวนรอบนิ้ว
“อยากให้ข้าช่วยคืนมั้ย?”
เจียงอวี่เห็นเขา รูม่านตาหรี่ลง
“ไม่ต้อง”
ลี่เซียวมองไปที่พี่อ้วน แสยะยิ้มร้าย
“งั้นพวกท่านรีบไปหาน้องสาวเขาเหอะ”
พี่อ้วนประเมินลี่เซียว สายตาหยุดอยู่บนนาฬิกาที่ข้อมือเขาสองวินาที
“ได้เลย”
เขาหันมายักคิ้วใส่เจียงอวี่
“พรุ่งนี้พวกข้าจะไปรอน้องสาวนายที่หน้าโรงเรียนมัธยมหนึ่ง”
ทั้งสี่คนหันจะเดินจากไป
“อย่า”
เสียงของเจียงอวี่รีบร้อน
พี่อ้วนหันกลับมา
“อะไร?”
เจียงอวี่ไม่ได้มองเขา สายตาจ้องพื้น ลูกกระเดือกเคลื่อนขึ้นลง
เขาเงยหน้ามองลี่เซียว
“รบกวนนายช่วยออกเงินให้ก่อน พอเงินเดือนออกข้าจะใช้คืนนาย”
ลี่เซียวเดินเข้ามา หยุดยืนตรงหน้าเขา
ทั้งสองชิดกันมาก เจียงอวี่ได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขา
“ข้าไม่ได้ขาดเงินแค่นั้น”
ลี่เซียวพูด
“ข้าต้องการอะไร นายน่าจะรู้”
เจียงอวี่ไม่ได้พูดอะไร
นิ้วมือเขาข้างลำตัวขดงอ เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ
ในตรอกเงียบมาก
เสียงเพลงจากบาร์เล็ดลอดมาแต่ไกล ราวกับถูกกันไว้ด้วยชั้นน้ำ
ลี่เซียวรอสองสามวินาที แล้วหันหลัง
“ถ้าลำบากใจขนาดนี้ก็ช่างเถอะ”
เขาเพิ่งก้าวไปก้าวเดียว ข้อมือก็ถูกจับไว้
มือของเจียงอวี่เย็นมาก และจับแน่นมาก
“ช่วยข้าคืนให้ที”
น้ำเสียงเขาสั่นพร่า
ลี่เซียวหันมา
“นายตกลงแล้วใช่ไหม?”
เจียงอวี่พยักหน้า
ลี่เซียวหยิบซองจดหมายจากกระเป๋ากางเกง ส่งให้พี่อ้วน
“สองหมื่น นับดู”
พี่อ้วนรับไป ดึงธนบัตรข้างในออกมา นับรวดเร็วหนึ่งรอบ
“พอดี”
เขาเก็บซองเข้าอกเสื้อ ยิ้มให้ลี่เซียว
“ท่านเจ้าสัวใจป้ำดีจริง เจียงอวี่ นายนี่โชคดีไม่เบาเลยนะ”
ทั้งสี่คนจากไป
ในตรอกเหลือแค่ลี่เซียวกับเจียงอวี่
“มากับข้า”
“เราค่อยๆ เจรจากันได้ไหม?”
เจียงอวี่ถอยหลังไปครึ่งก้าว น้ำเสียงแห้งผาก
“ข้าจะใช้เงินคืนนายให้หมด พร้อมดอกเบี้ย”
“นายเพิ่งตกลงไปแล้วเมื่อกี้”
ลี่เซียวมองเขา
“ตอนนี้คิดจะกลับคำรึ?”
“เปล่า”
เจียงอวี่เบี่ยงสายตาหลบ พยายามหาข้ออ้าง
“ข้าแค่...กลัวนายจะรู้สึกไม่คุ้ม”
“คุ้มหรือไม่เป็นเรื่องของข้า นายแค่ต้องทำตามที่รับปาก”
เจียงอวี่เงียบไปนาน
“งั้น...”
เขาสูดหายใจลึก น้ำเสียงเจือความสิ้นหวัง
“นายรอข้าไปขอลาหน่อย”
ลี่เซียวพยักหน้า
“รอที่ประตูหน้า”
เจียงอวี่เปิดประตูหลังกลับเข้าบาร์
เสียงเพลงดังกระหึ่มจนหูอื้อ
เจียงอวี่เดินไปที่ห้องผู้จัดการ เคาะประตู แล้วผลักเข้าไป
“ผู้จัดการครับ ผมมีธุระ ขอออกก่อน”
ผู้จัดการเงยหน้าจากหลังจอคอมฯ
“ตอนนี้เนี่ยนะ? นี่เพิ่งสี่ทุ่ม”
“ที่บ้านมีธุระครับ”
ผู้จัดการมองสีหน้าซีดเซียวของเขา แล้วโบกมือ
“ก็ได้ วันนี้ถือว่าขาดงาน หักครึ่งวัน”
“ขอบคุณครับ”
เจียงอวี่เปลี่ยนชุดทำงาน ใส่เสื้อฮู้ดของตัวเอง
เขาเคลื่อนไหวช้ามาก ราวกับหวังให้เวลาหยุดลง
ตอนเดินออกจากประตูหน้าบาร์ ล่วงเลยไปยี่สิบนาทีแล้ว
ลี่เซียวพิงประตูรถสปอร์ตรอเขาอยู่ มือถือโทรศัพท์ แสงจากหน้าจอสะท้อนบนใบหน้า
พอเห็นเจียงอวี่ออกมา เขาก็เก็บโทรศัพท์ ยืดตัวตรง
เจียงอวี่เดินไป ฝีเท้าหนักอึ้ง
ลี่เซียวสาวเท้าเข้าไปหา ยื่นแขนโอบไหล่เขา
เขาสูงกว่าเจียงอวี่ครึ่งศีรษะ ร่างกายกำยำกว่าเจียงอวี่มาก
เจียงอวี่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันฉับพลันยามเขาเข้าใกล้ และอุณหภูมิจากฝ่ามือที่ส่งผ่านมา
ลี่เซียวพาเขาเดินไปถึงข้างรถ ประตูรถยกขึ้นอัตโนมัติ
“ขึ้นรถ”
เจียงอวี่นั่งลงบนที่นั่งข้างคนขับ
ตอนคาดเข็มขัดนิรภัย นิ้วเขาสั่นอย่างรุนแรง รูดเสียบถึงสามครั้งจึงจะล็อก
ลี่เซียวนั่งที่เบาะคนขับ สตาร์ทเครื่องยนต์
รถสปอร์ตแล่นรวมเข้ากับกระแสจราจรยามค่ำคืน
ในรถเงียบมาก
เจียงอวี่มองไฟถนนที่วิ่งถอยหลังอย่างรวดเร็วด้านนอกหน้าต่าง ในสมองเหลือเพียงความคิดเดียว——คืนนี้จะผ่านมันไปได้อย่างไร
รถแล่นเข้าไปในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง อ้อมผ่านทะเลสาบสร้าง จอดหน้าบ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง
ลี่เซียวลงรถก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้เขา
“ลงรถ”
เจียงอวี่ปลดเข็มขัดนิรภัย พอเท้าแตะพื้น ขาพลิกอ่อนไปครู่หนึ่ง
ลี่เซียวยื่นมือประคองแขนเขา
“ยืนดีๆ”
ประตูบ้านเป็นระบบล็อกลายนิ้วมือ
ลี่เซียวกดครั้งหนึ่ง ประตูก็เปิด
ข้างในมืดสนิท เขายกมือเปิดสวิตช์ไฟ
ห้องนั่งเล่นใหญ่มาก การตกแต่งเป็นสไตล์เรียบง่ายสุดขั้ว
เย็นเยียบ แทบไม่มีชีวิตชีวา
ลี่เซียวจูงมือเจียงอวี่เดินไปที่บันได
มือของเจียงอวี่เย็นมาก ฝ่ามือชุ่มเหงื่อ
แต่เขาไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้ลี่เซียวจูงไป
ประตูห้องนอนใหญ่ชั้นสองเปิดอยู่
ลี่เซียวดึงเขาเข้าไป ปล่อยมือ แล้วกดเปิดไฟหัวเตียง
แสงสีเหลืองนวลส่องสว่างทั่วห้อง
เตียงขนาดใหญ่มาก ผ้าปูที่นอนสีเทาเข้ม ไม่มีการตกแต่งเกินจำเป็น
เจียงอวี่ยืนอยู่ตรงประตู ไม่ได้เดินเข้าไปข้างใน
ลี่เซียวหันมา เห็นเจียงอวี่ตัวสั่น
“ไม่เคยนอนกับผู้ชายมาก่อนรึ?”