สวินอี้กล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “ไม่จำเป็น ใครขึ้นก่อนหรือหลัง ก็ไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์สุดท้ายหรอก”
“เจ้ารู้จักประเมินตัวเองดีเหมือนกันนี่ ถ้ายอมแพ้ตอนนี้ พวกเราก็ไม่ต้องประชันกันแล้ว...”
“เชิญเถอะ อย่าเสียเวลาเลย” สวินอี้ตัดบทนาง
ถูกทำให้อับอายต่อหน้าทุกคน จ้าวถิงกัดฟันแน่น ก่อนหมุนตัวขึ้นเวที
เสียงอินโทรของเพลง “วาระสวรรค์แตกสลาย” ดังขึ้น
เพลงนี้ก็จ้างผู้เชี่ยวชาญฝีมือเยี่ยมมาแต่งขึ้นโดยเฉพาะ มีเอกลักษณ์และไพเราะอย่างยิ่ง
ช่วงแรกของเพลงราบเรียบ ก่อนจะค่อย ๆ คึกคักและเปี่ยมด้วยความรื่นเริง
สวินอี้จับตาดูท่วงท่าของจ้าวถิงอย่างละเอียด การได้เป็นรองหัวหน้าคณะในคณะของฮั่วชิงชิง ย่อมแสดงว่านางมีฝีมืออยู่บ้างจริง ๆ
แต่ที่นางไม่เหมาะกับการร่ายรำชุดนี้ก็เป็นความจริง
โครงกระดูกใหญ่เกินไป แถมยังไม่สูงนัก จึงดูบึกบึนไปหน่อย
“วาระสวรรค์แตกสลาย” เล่าเรื่องราวของเทพธิดา หากเทพธิดามีรูปร่างบึกบึนเกินไป อย่างไรก็ดูไม่งามนัก
อีกทั้งฮั่วชิงชิงเองก็มีรูปร่างสูงเพรียว ท่วงท่าที่นางออกแบบล้วนเหมาะกับสรีระของตน หากฝืนให้คนที่มีคุณสมบัติไม่ถึงร่ายรำตาม สุดท้ายก็มีแต่จะแพ้อย่างน่าอนาถ
ยิ่งไปกว่านั้น เพราะโครงกระดูกใหญ่ พอถึงช่วงดนตรีเร้าใจ ท่วงท่าของนางก็เห็นได้ชัดว่าฝืนและตามไม่ทัน
แม้ร่ายรำจนจบทั้งชุด ก็ยังไม่ทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นตะลึงแต่อย่างใด
เห็นได้เพียงว่านางมีฝีมือและเทคนิคที่ไม่เลวจริง ๆ
แต่จ้าวถิงกลับมั่นใจเต็มเปี่ยม คิดอย่างไรว่าตนก็ไม่น่าจะแพ้คนที่ไม่ได้ร่ายรำมาสามปี
นางลงจากเวทีพลางหอบหายใจ ก่อนเหลือบมองสวินอี้ด้วยหางตา
