เหมียวชูรีบยกเลิกสกิลล่องหน แล้ววิ่งกลับไปหลังก้อนหินใหญ่ ทำทีเหมือนเพิ่งวิ่งพรวดออกมา ก่อนตะโกนไปทางเหมียวเจ๋อหัวว่า “พ่อ!!”
แต่ทันทีที่วิ่งไปถึงข้างกายเหมียวเจ๋อหัว เธอก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถดังเร่งร้อนมาจากที่ไกล ๆ ไฟหน้าสองดวงส่องทะลุความมืดยามค่ำคืน รถกำลังแล่นตรงมาทางท่าเรืออย่างรวดเร็ว
“รถของฉีเทียน!” ต้าย่งจำตรารถได้ทันที ในที่สุดความตึงเครียดในใจก็คลายลงบ้าง
รถเบรกกะทันหันริมท่าเรือ ฉีเทียนกระโดดลงจากรถ มือยังกำปืนกลมือไว้ สีหน้าร้อนใจขณะวิ่งมาทางนี้ “เถ้าแก่เหมียว! ผมขับออกไปได้แค่สองลี้ก็ได้ยินเสียงปืน เลยรีบกลับรถมาทันที คุณเป็นยังไงบ้าง?”
พอวิ่งเข้ามาใกล้ เขาก็เห็นศพสามร่างบนพื้นกับบาดแผลที่ขาของเหมียวเจ๋อหัว สีหน้าพลันเปลี่ยนไปอย่างมาก “แย่แล้ว! บาดเจ็บหนักขนาดนี้ คงออกจากเซี่ยงไฮ้ไม่ได้แล้ว!” ฉีเทียนพูดพลางหยิบกระเป๋าปฐมพยาบาลสีเขียวจากเบาะข้างคนขับ ก่อนย่อตัวลงตรวจดูบาดแผลของเหมียวเจ๋อหัว
“ไม่ต้องรีบ แผลเล็กน้อยเท่านั้น” เหมียวเจ๋อหัวโบกมือ เหงื่อเย็นบนหน้าผากยังไม่ทันแห้ง แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้ม เขาพยักพเยิดไปทางต้าย่งที่ยืนหน้าขรึมอยู่ข้าง ๆ
“ต้าย่ง หลังจากพี่ลดน้ำหนักแล้ว ฝีมือยังไม่ตกใช่ไหม? เมื่อกี้พี่พุ่งเข้าไปได้เร็วพอหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นตอนนี้คนที่นอนอยู่ตรงนี้ก็คงเป็นนายแล้ว”
“พี่! เวลาแบบนี้ยังจะพูดเรื่องนั้นอีก!” ต้าย่งตาแดงก่ำ เอื้อมมือกดร่างเหมียวเจ๋อหัวที่ทำท่าจะขยับ น้ำเสียงร้อนรนอย่างยิ่ง “แผลยังเลือดไหลอยู่เลย รีบให้พี่ฉีจัดการเถอะ!”
