ทันทีที่จิตสำนึกจมเข้าสู่มิติพื้นที่วิเศษ เหมียวชูก็ถึงกับกลั้นหายใจด้วยความตะลึงกับภาพตรงหน้า
บนผืนดินที่หว่านเมล็ดไว้เมื่อวาน กลับมีต้นอ่อนสีเขียวอ่อนผุดขึ้นมาเป็นผืนแล้ว!
ปลายยอดเรียวเล็กชูเยื่อสีขาวบาง ๆ ขึ้นมา ก่อนจะพากันแทงพ้นดินอย่างพร้อมเพรียง ภายใต้การหล่อเลี้ยงของหยาดฝนจากน้ำบุปผาเซียน ใบเลี้ยงอ่อนนุ่มทั้งสองใบค่อย ๆ คลี่ออก รับแสงแดดอุ่นละมุนในมิติพื้นที่วิเศษ งอกงามจนชวนให้เหลือเชื่อ
“โตเร็วขนาดนี้เชียว!” เหมียวชูทั้งตกใจทั้งยินดี พลางกวาดตามองแปลงต้นอ่อนข้าวสาลีอย่างละเอียด
หากเป็นความเร็วในการเติบโตของโลกภายนอก ข้าวสาลีตั้งแต่หว่านเมล็ดจนงอกต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบกว่าวัน แต่ในมิติพื้นที่วิเศษเพียงชั่วข้ามคืนก็เติบโตขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้ อัตราการเติบโตช่างเหนือจินตนาการจริง ๆ!
จู่ ๆ เธอก็นึกถึงทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลในมิติพื้นที่วิเศษหลังจากยกระดับขึ้น บางทีเวลาในนี้อาจไหลไม่เหมือนกับโลกภายนอกอยู่แล้ว บวกกับการหล่อเลี้ยงของน้ำบุปผาเซียน พืชผลจึงเติบโตได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
การค้นพบนี้ทำให้หัวใจของเธอสั่นสะท้าน หากเป็นเช่นนั้น อีกไม่นานแปลงข้าวสาลีแห่งนี้ก็จะสุกงอมและเก็บเกี่ยวได้ ทั้งยังผลิตเสบียงอาหารได้อย่างต่อเนื่อง!
เธอข่มความตื่นเต้นไว้ แล้วควบคุมน้ำบุปผาเซียนให้กลายเป็นฝนปรอย เติมความชุ่มชื้นให้แปลงต้นอ่อนข้าวสาลี ก่อนจะออกจากมิติพื้นที่วิเศษอย่างอาลัยอาวรณ์
ด้านนอกสว่างจ้าแล้ว เหมียวชูรีบลุกขึ้นจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย แล้วก้าวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
กลิ่นโจ๊กข้าวลอยอ่อน ๆ มาจากหน้าประตูโรงอาหาร ทหารและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทยอยเดินเข้าไปทีละสองสามคน
เหมียวชูเพิ่งก้าวขึ้นบันได ก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง “เจียวเจียว มานั่งกินด้วยกันสิ!”
เธอหันกลับไปมอง เห็นเหมียวหย่งสวมเครื่องแบบทหารสีซีดจากการซัก สีหน้าดูมีเลือดฝาดขึ้นมากกว่าก่อน เขายิ้มพลางกวักมือเรียกเธอ
หัวใจเหมียวชูไหววูบ เธอรีบเดินเข้าไปนั่งบนม้านั่งไม้ตรงข้าม ไม่นานพ่อครัวโรงอาหารก็ยกโจ๊กข้าวร้อน ๆ หนึ่งชามกับหมั่นโถวธัญพืชหยาบสองลูกมาให้
