สวีหว่านหนิงชอบเฉินไป๋อัน ทั่วทั้งเมืองรู้กันดี
ก็แค่ไม่มีใครรู้ว่า หมั้นหมายกันมาห้าปี เขากลับไม่เคยแตะต้องเธอเลย
“ไป๋อัน วันนี้ครบรอบหมั้นของเราห้าปี คุณจะมาเมื่อไหร่คะ”
ห้องสวีทชั้นบนสุดของโรงแรม ประดับด้วยลูกโป่งและสายไฟโรสร้อยระโยงเต็มผนัง ตอนที่ต่อสายติด สวีหว่านหนิงรอตั้งแต่หนึ่งทุ่มตามนัดจนล่วงเลยมาถึงสามทุ่มกว่าแล้ว
“ฉันกำลังยุ่ง”
“ยุ่งอะไรเหรอ” สวีหว่านหนิงถามจบ ก็มีเสียงนุ่ม ๆ ดังลอดออกมาจากปลายสาย
“ไป๋อัน หนูเจ็บจัง”
สวีหว่านหนิงใจหายวาบ ลองถามเชิงว่า “คุณอยู่กับลู่ซินอวี่หรือเปล่า”
“เธอมีเรื่องนิดหน่อย”
“เธอมีเรื่อง แล้วทำไมต้องให้คุณไปจัดการ” สวีหว่านหนิงรู้สึกได้เลยว่าเสียงของตัวเองสั่น “หรือคุณคิดว่าเธอสำคัญกว่าฉัน”
“คุณตั้งใจจะหาเรื่องฉันตอนนี้ใช่ไหม”
ชั่วพริบตา ราวกับมีอะไรบางอย่างในสมองสวีหว่านหนิงระเบิดตู้ม ขอบตาเธอแดงขึ้น หัวใจค่อย ๆ จมดิ่งลงสู่ก้นทะเล ความหนาวเหน็บแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เธออ้าปากค้าง ผ่านไปนานถึงพูดว่า “ถ้างั้นเราเลิกหมั้นกันเถอะ”
เดิมคิดว่าเขาจะปลอบเธอสักสองสามประโยค
แต่ไม่คิดว่าปลายสายจะตัดสายทิ้งไปตรง ๆ
สวีหว่านหนิงหัวเราะเยาะตัวเอง ขอบตาแดงก่ำ ตกลงแล้วตัวเองกำลังคาดหวังอะไรอยู่
หยิบไวน์แดงที่เปิดไว้ กรอกปากดื่มตรงขวด
……
ออกจากห้องสวีท ก็เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้ว
สวีหว่านหนิงก้าวเข้าลิฟต์ หมุนตัวก็เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้านนอก
สูทสีดำ รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคายมีมิติ เก็บสายตาหยีลง ทำให้ออร่ากดดันของเขายิ่งดูมีพลังกดทับ
ชายหนุ่มก็กำลังมองสำรวจเธอเช่นกัน
สวมกี่เพ้าสีขนนกกา ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ ดุจดอกท้อบานสะพรั่ง ตารี คิ้วโก่ง เอวบางอ่อนนุ่ม ชายผ่าหน้าของกี่เพ้าเปิดมาถึงกลางต้นขา ตามจังหวะการเคลื่อนไหว เรียวขายาวสล้างขาวน่ามอง
สดสวยแฝงความเย้ายวน งามจับใจ
เพียงแต่ตัวฉุนกลิ่นเหล้า เขาขมวดคิ้วนิด ๆ ไม่ยอมก้าวเข้าลิฟต์ แต่ไม่คิดว่าคนข้างในกลับโน้มตัวมาข้างหน้าสองก้าว
ยื่นมือ เกี่ยวเนกไทของเขา
ดึงเขาเข้าไปในลิฟต์
วินาทีถัดมา
ร่างกายร้อนระอุซบลงในอ้อมกอดเขา เหตุการณ์กะทันหันนี้ทำให้กล้ามเนื้อทั้งร่างของเขาเกร็งในเสี้ยววินาทีนั้น คนทั้งคนแข็งทื่อไปหมด
และก็แค่ชั่วขณะที่ชะงักงันนั่นเอง คนในอ้อมแขนก็เขย่งเท้าขึ้นมาจูบเขาแล้ว
ริมฝีปากของเธอ นุ่มและร้อน
เพียงแต่ร่างซวนเซจนยืนไม่อยู่ ตอนที่เธอแทบจะหลุดจากอ้อมกอดของเขา
เขายื่นมือรั้งเอวเธอไว้
ร่างแนบชิดกัน สวีหว่านหนิงรู้สึกวาบไหวไปทั่วสรรพางค์
ตอนที่เธอได้สติอีกครั้ง ทั้งร่างก็ถูกเขากดติดกับผนังลิฟต์แล้ว ด้านหลังคือผนังลิฟต์เย็นเฉียบ ส่วนคนตรงหน้ากำลังจุดไฟบนตัวเธอ แสวงหาจูบอย่างบ้าคลั่ง ดุดันและแข็งกร้าว
เย็นสลับร้อน เธอทนรับไม่ไหว ได้แต่ครางงึมงำเบา ๆ เหมือนลูกแมว
เสียงออดอ้อนน่าทะนุถนอม ยิ่งยั่วยวน
ลิฟต์เคลื่อนลงช้า ๆ ทั้งร่างของเธอเองก็คล้ายถูกเขาลากดึงสู่ห้วงลึกของตัณหา
“ติ๊ง——” ลิฟต์ถึงชั้นหนึ่ง
ความใกล้ชิดยุติลง
นิ้วมือสวีหว่านหนิงยังเกี่ยวเนกไทเขาไว้ กระซิบว่า “พาฉันไปที”
ร่างของผู้หญิงตรงหน้า อ่อนนุ่ม พิงอยู่บนตัวเขา ลมหายใจของเธอพ่นรดบนใบหน้าเขาหมด
คือการยั่วยวน คือมนตร์เสน่ห์
ยั่วจนแววตาชายหนุ่มหม่นลงไปหลายส่วน ลูกกระเดือกขยับเบา ๆ
ระหว่างผู้ใหญ่แล้ว บางเรื่องแม้ไม่พูด แค่สบตาก็เข้าใจกัน และอีกอย่างเธอยังรุกเร้าถึงขนาดนี้