ต้องโทษฐานรัก

บทที่ 4 เปิดขบวนรถไฟ

6 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 4 เปิดขบวนรถไฟ

เซี่ยจือเหยาขดตัวอยู่บนแผ่นเตียงเปล่าเปลือย สองแขนโอบรัดหัวเข่าแน่น

ที่นี่เงียบสงัด แต่ความเงียบนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย

ผู้ชายคนนั้นเมื่อกี้...

เซี่ยจือเหยาหลับตาลง ภาพของชายผู้นั้นนั่งบนเก้าอี้ เล่นไฟแช็กในมือผุดขึ้นในห้วงความคิด

เขาสูงมาก ต่อให้นั่งลงก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนภูเขาลูกใหญ่ถาโถมลงมาจนหายใจไม่ออก

โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ดำทะมึน ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวทางอารมณ์ใดๆ เวลามองคนไม่เหมือนมองสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ทว่าคล้ายกำลังมองมดใต้ฝ่าเท้า

แฝงไว้ซึ่งความไม่แยแสต่อชีวิตอย่างเบ็ดเสร็จ

คนแบบนี้ น่ากลัวยิ่งกว่าพวกที่แสดงความเลวร้ายบนใบหน้าแบบท่านปาเสียอีก

หากเคราะห์ร้ายต้องตกอยู่ในมือเขา...

เซี่ยจือเหยาสะท้านเยือก ไม่กล้าคิดต่อ

เธอเงยหน้าขึ้น มองสำรวจไปทั่วรอบทิศ

ผนังสูงมาก ตรงที่ใกล้กับเพดานเจาะหน้าต่างเล็กๆ ขนาดเท่าฝ่ามือไว้หนึ่งบาน ด้านบนแปะแผ่นพลาสติกที่เต็มไปด้วยคราบสกปรกปิดไว้ เมื่อลมพัด แผ่นพลาสติกก็จะส่งเสียงดังกราวๆ

ข้างนอกตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างนะ?

เซี่ยจือเหยากัดฟัน แค่การนั่งรอความตายไม่ใช่หนทาง เธอต้องรู้ให้ได้ว่าตัวเองติดอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหนกันแน่

เธอลงจากเตียงด้วยเท้าเปล่า อดทนต่อความหวิวโหวงของความหิว ใช้แรงทั้งหมดที่มี ลากเตียงไม้มาถึงใต้หน้าต่างอย่างยากลำบาก

ปีนขึ้นไป เขย่งปลายเท้า

ความสูงพอดีให้ดวงตาของเธอแนบชิดริมหน้าต่าง

แผ่นพลาสติกมีรูโหว่อยู่หนึ่งรู ซึ่งพอดีทำให้เธอสอดส่องเห็นโลกภายนอกได้

ทว่า เพียงแค่แวบเดียวนี้เอง กลับผลักให้เธอตกลงไปในขุมนรกที่ลึกล้ำกว่าเดิม

เบื้องสายตาคือลานดินว่างเปล่ากว้างใหญ่ รอบด้านขึงด้วยตาข่ายลวดหนามสูงชะลูด ไฟสปอตไลต์หลายดวงสาดส่องลานกว้างให้สว่างซีดขาวราวกับสถานที่ตายแล้ว

ผู้คนกลุ่มหนึ่งกำลังห้อมล้อมกลางลาน บ้างก็ผิวปาก บ้างก็ส่งเสียงโห่ร้องอึกทึก ตื่นเต้นราวกับกำลังดูการแข่งขันฟุตบอล

ท่ามกลางวงล้อมนั้น มีร่างบอบบางร่างหนึ่งนอนหมอบอยู่กับพื้น

นั่นเป็นเด็กผู้หญิง

เมื่อมองจากแผ่นหลังแล้วยังสาวมาก เสื้อผ้าบนร่างถูกหนามเกี่ยวกระชากจนวิ่นว่อน ขาข้างหนึ่งบิดผิดรูปอย่างน่าหวาดเสียว เห็นได้ชัดว่าหักแล้ว

เธอกำลังดิ้นรนคลานออกไปข้างนอกสุดชีวิต ปลายนิ้วทั้งสิบจิกเข้าไปในดินโคลน ลากทิ้งรอยเลือดเป็นทางยาวเหยียด

"วิ่งสิ! วิ่งต่อไปสิ!"

ทหารยามผู้มีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมข้างๆ มือถือโซ่เหล็กหนาสองเส้น อีกปลายของโซ่ล่ามสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดขนดำสองตัวที่สูงเท่าครึ่งคนไว้

นั่นคือสุนัขดุร้ายที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ ดวงตาแดงฉาน ลิ้นยาวห้อยยื่นออกมานอกปาก น้ำลายไหลยืดหยดลงบนพื้น

พวกมันโก่งหลังคำรามต่ำมาจากลำคอ อุ้งเท้าตะกุยพื้นอย่างกระวนกระวาย เกินจะระงับความต้องการกระหายเลือดได้ไหวแล้ว

เด็กสาวบนพื้นหันหน้ากลับมา เผยให้เห็นใบหน้าอาบเลือดและโคลน

เธอกำลังขอชีวิต

ริมฝีปากขยับอ้าปิด แม้จะไม่ได้ยิน แต่เซี่ยจือเหยาจำรูปปากนั้นได้

"ช่วยด้วย...ขอร้องล่ะ...ช่วยด้วย..."

ไม่มีใครใส่ใจในคำวิงวอนของเธอ

ฝูงชนที่มุงดูกลับส่งเสียงหัวเราะคึกคะนองรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ทหารยามผู้ถือโซ่แสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะปล่อยโซ่เหล็กในมือทันที

"ปล่อย!"

คำสั่งดังขึ้น

เงาดำสองสายพุ่งเข้าหาร่างที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังในชั่วพริบตา

"อ๊าก——!!!"

เสียงร้องโหยหวนแหลมปรี๊ดจนไม่คล้ายเสียงมนุษย์ทะลวงเข้าไปในโสตประสาทของเซี่ยจือเหยาอย่างชัดเจน

เสื้อผ้าที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดบนร่างของเด็กสาวถูกฉีกทึ้งรวดเดียวจนหมด

เลือดและเนื้อกระเซ็นกระจาย

สุนัขดุร้ายสองตัวขย้ำกัดอย่างบ้าคลั่ง สะบัดหัว แล้วฉีกกระชากเหยื่อในปากจนแยกออกจากกัน

ในตอนแรกเด็กสาวยังคงดิ้นรนอย่างรุนแรง ร้องโหยหวน พยายามเอามือสองข้างป้องลำคอ

แต่ไม่นานนัก เสียงของเธอก็ค่อยๆ เบาลง การดิ้นรนกลายเป็นการกระตุกที่ไร้สติ

สุดท้าย ก็เหลือเพียงเสียงสุนัขดุร้ายฉีกกัดเนื้อหนังและเสียงเคี้ยวกระดูก

กร้วบ

กร้วบ

เสียงกระดูกแตกที่คมชัดทำให้เซี่ยจือเหยาตัวแข็งค้างไปทั้งร่าง

ท้องไส้บิดเกร็งระลอกหนึ่ง

"แหวะ——"

เธอกระโดดลงจากเตียงไม้อย่างรวดเร็ว พุ่งไปที่ส้วม เกาะผนังอาเจียนออกมาอย่างหนักหน่วง

ในท้องเดิมก็ไม่มีอาหารอะไรอยู่แล้ว สิ่งที่อาเจียนออกมาล้วนเป็นน้ำดีสีเหลืองขมเปรี้ยว

น้ำตาน้ำมูกเลอะเต็มหน้า ลำคอแสบร้อนจนทรมาน

ทั่วร่างของเธอสั่นเทา ฟันกระทบกันดังแก๊กๆ

คนที่มีชีวิตอยู่แท้ๆ กลับถูกเอาไปให้อาหารสุนัขเช่นนี้

ส่วนคนพวกนั้นที่อยู่รอบๆ กลับหัวเราะกันใหญ่ ทั้งยังส่งเสียงเชียร์สุนัขสองตัวนั้นอีก

เซี่ยจือเหยาทรุดตัวอ่อนระทวยลงบนพื้น

เธอก็จะตายด้วยหรือเปล่า?

คงเหมือนเด็กสาวคนนั้น กลายเป็นกองเนื้อเละๆ แล้วสุดท้ายแม้แต่กระดูกก็จะถูกสุนัขเคี้ยวกลืนลงท้องไป?

เซี่ยจือเหยาไม่กล้าคิดต่อไปแล้ว

หากเมื่อกี้ ถูกหัวหน้าใหญ่นั่นหมายตาไว้ บางทีอาจจะยังดีกว่าอยู่ที่นี่สักหน่อย

ต่อให้ต้องตายในมือเขา ก็ยังดีกว่าถูกพวกสัตว์นรกพวกนี้ทำย่ำยีจนพินาศแล้วค่อยจับให้อาหารสุนัข

แต่เขาก็ไปแล้ว ต่อให้คิดตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว

เซี่ยจือเหยาหลับไปท่ามกลางความกลัวและความหิวโหย

พอรุ่งเช้า ฟ้าเพิ่งสว่าง

แม่กุญแจถูกเปิดจากด้านนอก

ลำแสงแรงจ้าสาดส่องเข้ามา เซี่ยจือเหยายกมือขึ้นป้องดวงตาโดยสัญชาตญาณ

เงาร่างหนึ่งยืนหันหลังให้แสงอยู่ตรงประตู มองเห็นใบหน้าไม่ชัด รู้สึกเพียงว่ารูปร่างนั้นดูบอบบางกว่าพวกผู้ชายผู้คุม

คนผู้นั้นเดินเข้ามา วางถังไม้ลงบนพื้น ท่วงท่าเบามือ

ดวงตาของเซี่ยจือเหยาปรับเข้ากับแสงได้แล้ว จึงได้เห็นชัดว่า ผู้ที่มาคือหญิงท้องถิ่นคนหนึ่ง

อายุประมาณสามสิบกว่า ผิวคล้ำเข้ม สีหน้าเฉยชาหมองคล้ำ นุ่งผ้าถุงพื้นเมือง

นางตักข้าวสวยเปล่าสีขาวหนึ่งถ้วย วางผักสองสามใบบนข้าว แล้วตั้งบนแผ่นเตียง พร้อมกับน้ำแร่ที่ยังไม่ได้เปิดอีกทั้งขวด

อาหาร

ร่างกายของเซี่ยจือเหยาโต้ตอบเร็วกว่าสมองคิดก่อนหนึ่งก้าว

เธอใช้ทั้งมือทั้งเท้าตะกายเข้าไปแทบจะทันที คว้าข้าวถ้วยนั้นขึ้นมา ไม่สนใจว่าร้อน ไม่สนใจว่าสกปรก ใช้มือจับข้าวปั้นเป็นก้อนยัดใส่ปากทันที

เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะเคี้ยว กลืนลงคอทั้งก้อนอย่างนั้น

ลำคอถูกข้าวสุกที่แห้งกระด้างขูดจนเจ็บ เธอรีบบิดเปิดขวดน้ำนั้น ดื่มอึกใหญ่ลงไปรวดเดียวเกือบครึ่งขวด

น้ำไหลผ่านลำคอที่แห้งผาก นำพาความเจ็บแปลบสดชื่นมาด้วย เธอฟื้นคืนชีวิตกลับมาแล้ว

หญิงผู้นั้นยืนอยู่ข้างๆ มองเธอ ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ขณะที่เธอกินอย่างตะกละตะกลาม

"กินเสียเถอะ นี่ของปันส่วนของเธอวันนี้" ภาษาจีนของหญิงนั้นมีสำเนียงพื้นเมืองจัด แต่ฟังพอเข้าใจ

เซี่ยจือเหยากินข้าวหมดเกลี้ยงในสองสามคำ แม้แต่เมล็ดข้าวเม็ดสุดท้ายที่ก้นถ้วยยังเลียสะอาด

เธอเงยหน้าขึ้น เสียงแหบพร่าถาม "พวก...เด็กผู้หญิงที่มากับฉันก่อนหน้านี้ พวกเธออยู่ไหน?"

หญิงนั้นสะบัดหน้าไปทางประตู ตอบว่า "มีสองคนเหมือนเมื่อคืนจะถูกส่งไปห้องท่านปา"

หัวใจของเซี่ยจือเหยาร่วงวูบหนักอึ้ง

หญิงนั้นพูดต่อ "ที่เหลือ วันนี้ต้องไปเดินกระบวนการทั้งหมด"

"กระบวนการ?" เซี่ยจือเหยาจับคำที่ไม่คุ้นเคยนี้ไว้ได้

"กระบวนการอะไร?"

หญิงนั้นพูดต่อไป "ท่านปาบอกว่าเธอยังมีประโยชน์ เธอไม่ต้องไป"

คำพูดนี้ไม่ใช่คำตอบ แต่กลับผลักเธอเข้าสู่ความหวาดกลัวที่ลึกล้ำกว่าเดิม

"นั่น หมายความว่ายังไง?"

มีประโยชน์?

หรือว่าจะควักไต?

"ถ้าเมื่อวานคุณเฉิ่นไม่ชายตามองเธอแวบหนึ่ง ตอนนี้เธอกำลังเปิดขบวนรถไฟอยู่แล้ว"

เปิดขบวนรถไฟ?

หมายความว่ายังไง?

คำนี้วนเวียนอยู่ในสมองของเซี่ยจือเหยา มีลางสังหรณ์อันไม่เป็นมงคลผุดขึ้น

เธออยากซักถามต่อ แต่หญิงที่ส่งข้าวคนนั้นกลับหันหลังเดินออกไปแล้ว

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com