ชีซู้งุนงงอย่างยิ่ง เดิมทีคิดจะตามไปถามให้ชัดเจนว่านางพูดหรือทำสิ่งใดให้เขาไม่พอใจ จะได้ระวังในคราวหน้า มิให้ทำผิดซ้ำอีก
แต่เมื่อเห็นหนิงมั่วรีบรุดมาจากเรือนชั้นนอก ก้มกายรายงานบางอย่าง อู๋ซวี้ก็ยิ่งเร่งฝีเท้า ราวกับกำลังรีบไปจัดการธุระสำคัญ นางจึงล้มเลิกความคิดนั้น
เขามาตึกแขกเพราะนาง ย่อมทำให้การจัดการธุระของเขาล่าช้า หากนางตามไปอีก ก็ต้องรบกวนเวลาเขาเพิ่มขึ้น
รอให้เขาจัดการธุระเสร็จแล้วกลับเรือน ค่อยถามให้ชัดเจนจะดีกว่า
แท้จริงแล้ว ผู้ที่งุนงงมิได้มีเพียงชีซู้ ยังมีหนิงมั่วด้วย
เขาได้รับคำสั่งให้ไปเตรียมรถม้า เพิ่งมารายงานอู๋ซวี้ว่ารถม้าเตรียมพร้อมแล้ว
แต่อู๋ซวี้กลับบอกว่าไม่ต้อง หนิงมั่วจึงอุทานอย่างประหลาดใจว่า “อา ท่านอ๋องไม่ส่งตัวกาลกิณีไปแล้วหรือขอรับ”
เขาติดตามท่านอ๋องมาหลายปี ย่อมรู้ดีว่าท่านอ๋องเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น
เหตุใดจู่ ๆ จึงเปลี่ยนใจเล่า
ใครจะรู้ว่าอู๋ซวี้กลับเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา ทำเอาเขาสะดุ้งจนหนาววาบ
หนิงมั่วเองก็ไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม เพียงหุบปากแล้วเดินตามไป
ตึกแขก
หลังอู๋ซวี้กับชีซู้ออกจากไป คุณนายใหญ่จ้าวก็ลุกขึ้นจากพื้น ปัดเข่าที่ไม่มีฝุ่นติดอยู่ สีหน้ากลับมาสงบนิ่งดังเช่นปกติ
แต่เจียงอวี้รุ่ยที่นั่งอยู่บนลานไม้นอนยังคงหวาดหวั่นไม่หาย
เมื่อวานในห้องหนังสือ แค่อู๋ซวี้เหลือบมองนางจากระยะไกล นางก็แทบยืนไม่อยู่แล้ว ครู่ก่อนเขายังมองนางด้วยสายตาตอนจะไล่นางออกจากตำหนัก ยามนึกย้อนกลับไปตอนนี้ นางก็ยังใจสั่น
นางอดพึมพำออกมาไม่ได้ว่า “ท่านอ๋อง...ช่างเข้าหาได้ยากจริง ๆ...”
