ชีซู้พาเขาเข้ามานั่งในโถง สั่งให้คนอื่นออกไป เหลือไว้เพียงแม่นมฝางกับหนานจือ
นางตั้งใจฟัง “ใต้เท้าเฉินค่อย ๆ กล่าวเถิด”
เฉินปิ่งเจิ้งนั่งลง น้ำเสียงร้อนรนแต่ยังเป็นระเบียบชัดเจน “กระหม่อมตรวจสอบตามคำสั่งของพระชายาแล้ว ผู้ที่ประสานงานกับใต้เท้าหลิว ณ กรมพระคลังเรื่องของพระราชทานตอบแทนแก่ถูซูเอ่อร์ในคราวนี้ คือหวงหมิง ตำแหน่งหลางจงแห่งกองคลังใหญ่กรมพระคลังพ่ะย่ะค่ะ”
ชีซู้ไม่ขัดจังหวะ ตั้งใจฟังอย่างจริงจัง
“วันเดียวกับที่ใต้เท้าหลิวได้รับบัญชีรายการสิ่งของจากพระหัตถ์ของพระชายา เขาก็ไปกรมพระคลังทันที วันนั้นการอนุมัติบัญชีสิ่งของพระราชทานตอบแทนก็ผ่าน หวงหลางจงจัดซื้อของในวันเดียวกัน ความรวดเร็วเช่นนี้ดูคล้ายเตรียมของไว้ก่อนแล้ว รอเพียงบัญชีรายการมาตรงกัน อีกทั้งวันถัดมาใต้เท้าหลิวก็ไปกรมพระคลัง เพื่อตรวจรับสิ่งของเหล่านั้นว่าได้มาตรฐานพ่ะย่ะค่ะ”
คิ้วของชีซู้ขยับเล็กน้อย “สิ่งของที่จัดซื้อมีปัญหาหรือ?”
เฉินปิ่งเจิ้งพยักหน้า “กระหม่อมอ้างว่าต้องตรวจเทียบกับเอกสารเก่า จึงไปกรมพระคลังมาครั้งหนึ่ง และตรวจดูสิ่งของจริงด้วยตนเอง วิธีทอผ้าแพรไม่ถูกต้อง คุณภาพต่ำกว่าระดับที่ระบุในบัญชีหนึ่งขั้น สีเคลือบเครื่องกระเบื้องหม่นคล้ำ ไม่ใกล้เคียงกับเนื้อสีของเครื่องกระเบื้องจากเตาหลวงแม้แต่น้อย ส่วนปีที่ผลิตของแผ่นชาเก่ากว่าที่ระบุไว้หนึ่งปี มิใช่ของบรรณาการใหม่อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
เขาเรียบเรียงผลการตรวจสอบอย่างชัดเจน “ใต้เท้าหลิวระบุของชั้นดีไว้ในบัญชี ส่วนหวงหลางจงกลับจัดซื้อของชั้นกลาง ครั้นตรวจรับ ใต้เท้าหลิวก็ลงนามด้วยตนเองว่า ‘คุณภาพตรงตามที่ระบุ’ ในบัญชีเป็นอย่างหนึ่ง ในบัญชีเงินเป็นอีกอย่างหนึ่ง ส่วนของที่เก็บอยู่ในคลังกลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง เงินส่วนต่างระหว่างนั้นมีจำนวนไม่น้อยพ่ะย่ะค่ะ”
