จวนโหว
ชีว่านหนิงกับเซิ่นฮุ่ยหลานมารดาของนางก็ปิดประตูสนทนากันเช่นกัน ทว่าบรรยากาศตึงเครียดยิ่งกว่า
นางไล่สาวใช้ออกไปจนหมด แล้วเอ่ยอย่างตื่นตระหนกว่า “ท่านแม่! โจรภูเขาที่ข้าติดสินบนไว้ตกอยู่ในมือชีซู้ พวกมันสารภาพว่าข้าเป็นคนบงการแล้ว!”
ใบหน้าของนางซีดเผือด “ถ้าพี่เฉินเอี๋ยนรู้เข้า เขาจะ...หย่าข้าหรือไม่?”
เซิ่นฮุ่ยหลานขมวดคิ้ว “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าโจรภูเขาพวกนั้นตกอยู่ในมือนาง?”
แววตาของชีว่านหนิงวูบไหวเล็กน้อย ก่อนเล่าเรื่องที่เมื่อวานไปพบชีซู้ที่ตำหนักอ๋องผู้สำเร็จราชการอย่างละเอียดทุกประการ
เซิ่นฮุ่ยหลานฟังจบก็ขุ่นเคืองที่บุตรสาวไม่เอาไหน “เจ้าได้แต่งเข้าจวนกั๋วกงสมใจแล้ว ไม่อยู่เป็นฮูหยินคุณชายรัชทายาทดี ๆ กลับวิ่งไปหานางทำไม? อุตส่าห์วิ่งไปหาเขา สุดท้ายถูกนางพูดไม่กี่คำก็ขู่จนวิ่งกลับมา สมองเจ้าไปอยู่ที่ไหน? นางพูดอะไรก็เชื่อหมดหรือ?”
ชีว่านหนิงตาแดงก่ำ ทั้งน้อยใจทั้งกระวนกระวาย “แต่ท่านแม่...ถ้าโจรภูเขาพวกนั้นไม่ได้อยู่ในมือนาง แล้วเหตุใดถึงหาไม่พบเล่า?”
“พวกมันรับเงินไปแล้วแต่ทำงานไม่สำเร็จ กลัวเจ้าจะเอาเรื่องจึงหนีไป ก็เป็นเรื่องปกติ” เซิ่นฮุ่ยหลานกล่าวตำหนิเสียงเย็น “ถ้าอยู่ในมือนางจริง นางจะปล่อยให้เจ้าแต่งเข้าจวนกั๋วกงได้หรือ? ข้าว่านางแค่ต้องการหลอกถามเจ้า ปฏิกิริยาเช่นนี้ของเจ้าเท่ากับสารภาพออกมาเอง โง่เขลานัก!”
“แล้วตอนนี้จะทำอย่างไร?” ชีว่านหนิงร้อนใจ “ไม่รู้ว่านางใช้วิธีใด แต่ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการปกป้องนางเสียแน่นหนา หากเขาเข้ามาสืบเรื่องนี้ ย่อมปิดบังไม่อยู่แน่...”
“จะลนลานไปทำไม?” เซิ่นฮุ่ยหลานมีสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน “นางถูกขับออกจากจวนโหวแล้ว ส่วนเจ้าก็เป็นภรรยาของเฉินเอี๋ยน บิดาเจ้าย่อมเข้าข้างเจ้า อีกทั้งท่านกั๋วกงกับอ๋องผู้สำเร็จราชการก็ไม่ลงรอยกันมานานแล้ว หากอ๋องผู้สำเร็จราชการเข้ามายุ่งเรื่องนี้จริง ท่านกั๋วกงเพื่อรักษาหน้าตนเองก็ต้องคุ้มครองสะใภ้อย่างเจ้า”
