ชีซู้พยักหน้าอย่างเข้าใจ
หนานจือพึมพำด้วยความสงสัยว่า “ในเมื่อพระชายาเพียงต้องการฝากคำพูดไปถึงคุณชายสือ ก่อนหน้านี้ตอนทำงานอยู่กรมพิธีการ เหตุใดไม่ให้บ่าวไปสักเที่ยวเล่า ไยต้องอ้อมมาด้วยตนเอง”
นางนึกว่าพระชายาจะไปพบคุณชายสือที่โรงเตี๊ยมเสียอีก
ชีซู้ไม่คิดพูดมาก เพียงส่งสัญญาณให้สารถีออกเดินทาง
นางตั้งใจอ้อมมาทางนี้โดยเฉพาะ
ไทเฮาทรงมอบหมายเรื่องต้อนรับสตรีในราชวงศ์ถูซูเอ่อร์ให้นางกะทันหัน นางจึงแบ่งกำลังไปสืบเรื่องความเกี่ยวข้องระหว่างสืออวี่กับอู๋ซวี้ไม่ได้
ยิ่งเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ นางก็ยิ่งรู้สึกว่าเมืองหลวงกำลังจะมีคลื่นใต้น้ำ การมีอยู่ของสืออวี่จะเป็นภัยหรือเป็นพรต่ออู๋ซวี้นั้นยากจะคาดเดา
เรื่องนี้ต้องจัดการให้เร็วที่สุด
ทว่าอู๋ซวี้กลับไม่เปิดโอกาสให้นางเอ่ยปาก นางจึงได้แต่หาหนทางอื่น โดยอาศัยชิงซงกับชิงไป๋ช่วยสักครั้ง
ทั้งสองเป็นองครักษ์ลับที่อู๋ซวี้จัดไว้ข้างกายนาง จึงรู้ความเคลื่อนไหวของนางเป็นอย่างดี
สองครั้งก่อนที่นางพบสืออวี่ ครั้งหนึ่งเป็นตอนอยู่กับเจียงอวี้รุ่ยในโรงน้ำชา แล้วบังเอิญเห็นเขาอยู่ไกลอีกฟากถนน อีกครั้งเป็นการพบกันโดยบังเอิญหลังรับประทานอาหารกับกู้ชิงอิง ทั้งสองคราวนางไม่ได้ไปกับเขา คิดว่าชิงซงกับชิงไป๋คงไม่ทันสังเกต
แต่คราวนี้นางจงใจอ้อมจากกรมพิธีการไปยังโรงเตี๊ยม “เยว่เฉียน” ก็เพื่อให้พวกเขาเห็น
หากพวกเขารู้สึกว่าการกระทำของนางผิดปกติ ย่อมเข้าไปตรวจสอบในโรงเตี๊ยมให้อู๋ซวี้
ขอเพียงพบสืออวี่เข้า ก็จะรายงานอู๋ซวี้ตามธรรมชาติ
