สีหน้าของจางจิ้งเทากับจางหมางเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ความชอบชั้นสองนี่ ไม่เอาแล้วหรือไง?”
ความหมายแฝงของคำพูดนี้ก็คือ ถ้าพวกเขาเจอตัวผู้ต้องสงสัยอย่างจินกวงกั๋วเข้าจริง ๆ ฉินจ้านหยางก็จะยิงเข้าจุดตายทันทีที่เหนี่ยวไก
จางจิ้งเทาหน้าเคร่ง จ้องฉินจ้านหยางด้วยแววตาเย็นชา แล้วพูดเสียงหนักแน่นว่า “ฉินจ้านหยาง จำไว้ว่าเราเป็นทหารตำรวจอาวุธ ไม่ว่าจะเจอภารกิจแบบไหน ก็ห้ามเอาอารมณ์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ทางผู้บังคับบัญชาสั่งมาว่า ต้องเผชิญอันตรายเสียก่อน ถึงจะยิงผู้ต้องสงสัยให้ตายได้”
จางหมางที่เดินตามหลังมา หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดต่อว่า “ถูกแล้ว แค่นายรู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในอันตราย ก็ยิงอีกฝ่ายให้ตายได้เลย!”
แววตาของฉินจ้านหยางไหววูบ เขาเข้าใจว่าทำไมจางหมางถึงพูดแทรก จึงตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “หัวหน้ากองร้อย หัวหน้าจาง ผมเข้าใจแล้วครับ วางใจได้ ผมไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามแน่นอน!”
ให้ตายสิ!
จางจิ้งเทาแอบด่าในใจ นายเข้าใจอะไรของนาย?
แล้วเจ้าหมางนี่จะพูดแทรกทำไม?
ตรงนี้มีที่ให้นายพูดด้วยหรือไง?
จางจิ้งเทากำลังจะพูดอะไรต่อ แต่จางหมางกลับพูดเสียงหนักแน่นขึ้นมาก่อนว่า “อย่ามัวเสียเวลา รีบตามไปเถอะ จินกวงกั๋วมีชีวิตคนติดมือถึงสี่ชีวิต ถ้าปล่อยมันหนีไปได้จริง ๆ ใครจะรู้ว่ามันจะก่อความเสียหายมากแค่ไหน!”
จางจิ้งเทาถลึงตาใส่จางหมางอย่างดุดัน แต่ก็เถียงไม่ออก จึงพูดว่า “ไปกันเถอะ!”
เมื่อเห็นจางจิ้งเทาหันหลังเดินต่อ จางหมางก็หันไปขยิบตาให้ฉินจ้านหยาง ราวกับจะบอกว่า ฉันเก่งใช่ไหมล่ะ?
เห็นท่าทางอวดดีของจางหมาง ฉินจ้านหยางก็ยิ้มออกมา ก่อนจะยกปืนซุ่มยิงขึ้นแล้วตามจางจิ้งเทาที่เดินนำไปได้สี่ห้าเมตร
