แสงแดดสอดแทรกเข้ามาจากช่องว่างของม่านผืนบาง เป็นเส้นเรียวยาวเส้นหนึ่ง ตกลงที่ปลายเตียง วาดเส้นสีทองบนผ้าปูที่นอนสีเทาเข้ม
เฉินเยี่ยนชิงถูกนาฬิกาปลุกปลุกให้ตื่น นาฬิกาชีวภาพของเขาตรงเวลาอยู่เสมอ เสียงกริ่งดังขึ้นเพียงครั้งเดียว เขาก็ลืมตาขึ้น
แต่วันนี้ สิ่งที่เขาเห็นเมื่อลืมตาไม่ใช่เพดานสีเหลืองซีดของหอพักอาจารย์ แต่เป็นพื้นผิวด้านบนที่ขาวโพลน แปลกตา และสูงโปร่งกว้างขวางกว่า
นิ่งงันไปหลายวินาที เฉินเยี่ยนชิงถึงค่อย ๆ นึกขึ้นได้ว่า เมื่อคืนตัวเองค้างคืนที่บ้านคนอื่นมาหนึ่งคืน
ลู่ฉือโจวข้างกายนอนหลับอย่างไม่ระมัดระวัง ท่านอนก็เข้ากับนิสัยของเขา นอนแผ่หลาเหยียดยาวบนเตียง กางแขนกางขาเป็นรูป '大' ขาข้างหนึ่งยื่นออกมานอกผ้าห่มอย่างไม่เกรงใจ จนผ้าห่มผืนบางถูกเตะเอียงไปด้านหนึ่ง
แขนของเขาคล้องอยู่ที่เอวของเฉินเยี่ยนชิงอย่างหลวม ๆ ฝ่ามืออุ่นร้อนวางพาดบนกระดูกสะโพก อบอวลด้วยไออุ่นสบาย ๆ ของคนนอนหลับสนิท
แสงยามเช้าตกกระทบใบหน้าของเขา ทำให้เขาดูอ่อนเยาว์กว่าตอนกลางคืน คิ้วตาผ่อนคลาย ลมหายใจสม่ำเสมอและยาวเนิบ ดูเหมือนเด็กนักเรียนมัธยมใสซื่อ (ซื่อบื้อ) คนหนึ่งเสียจริง
เฉินเยี่ยนชิงขยับตัวเล็กน้อย ล้วงมือถือออกมาจากใต้หมอน ปิดนาฬิกาปลุก
เขาพลิกตัวไปด้านข้าง มองดูใบหน้าข้าง ๆ เงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ตรงที่เนื้อหนังแนบชิดกัน มีไออุ่นไม่ขาดสายไหลซึมผ่านเส้นเลือดอย่างช้า ๆ ราวกับแสงอาทิตย์ในฤดูหนาว ทำให้คนอบอุ่นขี้เกียจจนอยากเพียงหลับตาลง นอนต่ออีกสักพัก
แต่เขาถึงเวลาที่ต้องไปแล้ว
คาบเรียนแปดโมงสิบนาที ขับรถจากที่นี่กลับมหาวิทยาลัยต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง เมื่อรวมกับเวลาอาบน้ำแต่งตัวอีกยี่สิบนาที เวลาจึงไม่ค่อยเหลือเฟือ
เฉินเยี่ยนชิงถอนหายใจเบา ๆ ในใจ ออกแรงเล็กน้อย ถึงจะขยับแขนของลู่ฉือโจวออกได้ ลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก
อาจเป็นเพราะกิจกรรมเมื่อคืนนี้รุนแรงเกินไป หรืออาจเป็นเพราะเพิ่งผ่านประสบการณ์ทางเพศครั้งแรก ร่างกายยังไม่คุ้นเคย แม้จะเตรียมการหล่อลื่นไว้ล่วงหน้าแล้ว ร่างกายก็ยังเหมือนถูกนวดจนโครงกระดูกแตกละเอียด ทุกส่วนล้วนปวดเมื่อยตื้อ ๆ
ตอนที่เขายันขอบเตียงลุกขึ้นนั่ง แขนเพิ่งเหยียดตรง เอวกับท้องก็ปวดเมื่อยขึ้นมาทันที แรงอ่อนยวบสายหนึ่งไหลเลื่อนตามแนวกระดูกสันหลังจนถึงปลายเท้า เฉินเยี่ยนชิงกัดริมฝีปากล่างแน่น ผ่อนลมหายใจหลายวินาที ถึงกล้าถ่ายน้ำหนักทั้งหมดลงไป
ในความเงียบสงัด เขาหลุบตามองตัวเอง
หน้าอก กระดูกไหปลาร้า ด้านข้างลำคอ ล้วนเต็มไปด้วยร่องรอยนานาชนิดทั้งลึกทั้งตื้น รอยฟันทับรอยจูบ รอยจูบล้อมรอยฟัน แพร่กระจายหนาแน่นจากหัวไหล่ถึงต้นขา
ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยคิดเลยว่า ร่างกายของคนคนหนึ่งจะถูกทิ้งร่องรอยไว้ได้มากมายขนาดนี้
เสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่บนเส้นทางระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอน เสื้อนอกถูกทิ้งที่โถงทางเข้า เสื้อยืดกับกางเกงม้วนอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน กางเกงในถูกเตะไปอยู่บนพรมข้างเตียง
เฉินเยี่ยนชิงเดินไปเก็บไป สมองควบคุมไม่อยู่คิดถึงภาพที่พวกมันถูกถอดออกทีละชิ้นยังไง ความทรงจำยุ่งเหยิงรบกวนจนใจคอคันยุบยิบ เขาคว้าผ้าพวกนั้นไว้ในมือตามสะดวก ขยุ้มเป็นก้อน หันตัวเข้าห้องน้ำไป
เฉินเยี่ยนชิงแขวนเสื้อผ้าไว้บนกำแพง บิดก็อกน้ำ ก้มตัวลงตักน้ำเย็นจัดวักหนึ่งมาโปะใส่หน้า น้ำเย็นเฉียบไหลผ่านผิวหนัง กระตุ้นให้เขามีสติขึ้นอีกหน่อย
เขาเงยหน้าขึ้นมองกระจก คนในกระจกผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่ได้รูป ผมเส้นเล็ก ๆ สองสามเส้นแปะอยู่ที่ขอบหน้าผากกับไรผม ริมฝีปากแดงบวม มุมปากยังมีรอยถูกกัดแตกตื้น ๆ อยู่อีกแห่งหนึ่ง
บนใบหน้าทั้งหมด ล้วนเป็นสีหน้าเกียจคร้านและเหนื่อยล้าที่จะมีขึ้นได้ก็หลังจากได้รับความพึงพอใจอย่างเต็มที่แล้ว
เฉินเยี่ยนชิงจ้องกระจกอยู่สองวินาที จากนั้นใช้เวลาสิบนาที ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนตัวเองกลับไปเป็น 'เฉินเยี่ยนชิง' ทีละเล็กทีละน้อย
หวีผมให้เรียบร้อย ปล่อยผมหน้าม้าลงมา กระจายอยู่ที่หน้าผาก เสื้อผ้าสวมใส่ทีละชิ้นอย่างเป็นระเบียบ ปกเสื้อนอกดึงขึ้นสูงที่สุด คางถูกบังด้วยปกเสื้อ ซ่อนรอยจูบและรอยฟันพวกนั้นไว้อย่างแนบเนียนมิดชิด
ก่อนนอนเมื่อคืน เขาทิ้งคอนแทคเลนส์ไว้บนโต๊ะข้างเตียงตามสะดวก ตอนนี้ก็ไม่มีทางใส่แล้ว โชคดีที่ค่าสายตาไม่มาก ไม่กระทบชีวิตประจำวัน แค่ดูอะไรไกล ๆ ต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย
ตอนเดินออกจากห้องน้ำ ลู่ฉือโจวก็ตื่นแล้ว เขาเพิ่งดึงกางเกงขึ้น กำลังก้มหน้าผูกเชือกรูดเอวอยู่
ม่านถูกเปิดออก แสงแดดส่องเข้ามาเต็มที่ ตกลงบนหัวไหล่ของลู่ฉือโจว บนหัวไหล่ของเขามีรอยแดงหลายเส้น ลากจากสะบักจนถึงใต้กระดูกไหปลาร้า ยาวบ้างสั้นบ้าง ล้วนเป็นรอยเล็บของเฉินเยี่ยนชิงทิ้งไว้ทั้งนั้น
เห็นเฉินเยี่ยนชิงออกมา การเคลื่อนไหวของลู่ฉือโจวก็ชะงักไป เขายังถือเสื้อยืดที่เพิ่งเก็บขึ้นมาจากใต้เตียงอยู่ในมือ เพิ่งรีบสวมลงไป ไม่ทันดึงให้เรียบ เผยให้เห็นหน้าท้องกระชับเฟิร์ม
เขามองเฉินเยี่ยนชิงนิ่งงันไปหลายวินาที หูพลันแดงก่ำ ราวกับเพิ่งนึกเขินขึ้นมาได้ในตอนนี้ว่า "คือว่า... คุณจะไปทำงานแล้วเหรอครับ"
เฉินเยี่ยนชิงส่งเสียง 'อืม' เบา ๆ เขายืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ รอบตัวราวกับปกคลุมด้วยความเย็นชาเหินห่างชั้นหนึ่ง ผสมกับท่วงทีสูงต่ำไม่เท่ากัน มาดท่าทางทั้งตัว กับภาพตอนแสดงความรักใคร่เมื่อคืน แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
"เอามือถือของนายมาให้ฉัน"
ลู่ฉือโจวตะลึงไป ดวงตาเป็นประกายขึ้นทันใด เขาคิดว่าเฉินเยี่ยนชิงจะขอแอดวีแชท ตื่นเต้นดีใจจนมือไม้สั่น ล้วงมือถือออกมาจากใต้หมอน สแกนลายนิ้วมือสองครั้งถึงปลดล็อกได้ แล้วกระดี๊กระด๊าเข้าไปใกล้ ยื่นมือถือมาตรงหน้าเฉินเยี่ยนชิง
เฉินเยี่ยนชิงรับมา นิ้วเรียวยาวกดลงบนหน้าจอมือถือตัวเองไม่กี่ที จากนั้นเปิดแอปสีฟ้าในมือถือของลู่ฉือโจว สแกนคิวอาร์โค้ด กรอกจำนวนเงิน ยืนยัน
ลู่ฉือโจวยังไม่ทันตั้งตัว มือถือเพิ่งได้รับกลับคืนมา เสียงผู้หญิงกลไกก็ดังขึ้นว่า
"บัญชีจือเป่าของคุณได้รับเงินเข้า หนึ่งพันหยวน"
ลู่ฉือโจวตัวแข็งค้างก้มลงไป มองดูยอดเงินเข้าโอนที่เด้งขึ้นบนหน้าจอมือถือ สีหน้าค่อย ๆ จมดิ่งลงไป ราวกับจู่ ๆ ก็ถูกใครสาดน้ำเย็นใส่เต็มถังกลางหัว ความรู้สึกตื่นเต้นใจเต้นทั้งหมดตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ ล้วนถูกดับมอดลงหมดในชั่วพริบตานี้
เขาเงยหน้าขึ้น มองเฉินเยี่ยนชิงอย่างไม่อยากเชื่อ น้ำเสียงแหบฝืด "คุณหมายความว่าไง"
เฉินเยี่ยนชิงเก็บมือถือใส่กระเป๋า จิตใต้สำนึกอยากดันแว่นขึ้นเพื่ออำพรางความรู้สึกในใจ ปลายนิ้วสัมผัสลมเปล่าก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้ใส่แว่น เลยได้แต่ถือโอกาสนวดสันจมูก "เมื่อคืน ขอบคุณมากที่ให้ฉันค้างคืน เงินนิดหน่อยนี่ถือซะว่าเป็นค่าห้อง แล้วก็ค่าทำความสะอาดผ้าปูที่นอนแล้วกัน"
ว่าแล้ว เขาก็หันหลังเดินออกไปข้างนอก
ในสมองของลู่ฉือโจวดัง 'อื้ออึง' ความคิดความรู้สึกยุ่งเหยิงเป็นกระจุก แต่ร่างกายกลับเร็วกว่าความคิดมาก สองสามก้าวตามไปทัน คว้าต้นแขนของเฉินเยี่ยนชิงไว้แรง ๆ
"อย่าไปนะครับ" น้ำเสียงเขาแหบแห้ง พูดต่ออย่างร้อนรน "ผมยังไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร ผมควรไปหาคุณที่ไหน ผม..."
เฉินเยี่ยนชิงค่อย ๆ สลัดมือเขาออก เงยหน้าขึ้น ขัดจังหวะเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้ระลอก "โตเป็นผู้ใหญ่หน่อย นี่มันแค่ต่างคนต่างได้สิ่งที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องทำให้มันน่าเกลียดขนาดนี้"
หน้าของลู่ฉือโจวซีดขาวลงไปหลายส่วนในพริบตา คนทั้งตัวชะงักแข็งคาอยู่กับที่ มือที่ยื่นออกไปค้างอยู่กลางอากาศ ปลายนิ้วยังหลงเหลือสัมผัสเย็นเยือกเล็กน้อยที่ข้อมือของอีกฝ่าย
ความน้อยใจถาโถมขึ้นมาก่อน ผสมกับความโมโหที่ระงับไม่อยู่ เผาจนอกเขาแสบปวด
เฉินเยี่ยนชิงไม่มองเขา หันตัวเดินออกจากห้องนอน ดึงเปิดประตูโถงทางเข้า ไม่หันกลับมามองเลยตลอดทาง
กว่าลู่ฉือโจวจะได้สติ ก็วิ่งตามออกไปแล้ว เขาไม่มีแม้แต่เวลาใส่รองเท้า เดินเท้าเปล่าเหยียบลงบนพื้นทางเดินที่เย็นเฉียบ เกือบจะอาศัยสัญชาตญาณล้วน ๆ ยื่นมือไปยันประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิดเข้าไว้
ประตูลิฟต์หนาหนักตรวจจับสิ่งกีดขวางได้ ชะงักเล็กน้อย แล้วเปิดออกอีกครั้ง
เฉินเยี่ยนชิงยื่นมือกดปุ่มเปิดประตูลิฟต์ค้างไว้ สายตากวาดผ่านเท้าเปลือยเปล่าของลู่ฉือโจว หยุดเล็กน้อย จากนั้นดึงสายตากลับ พูดด้วยท่าทีเป็นทางการ "มีอะไรอีกไหม"
ลู่ฉือโจวอ้าปากค้าง ถ้อยคำมากมายติดแน่นในลำคอ วนไปวนมาอยู่หลายรอบ สุดท้ายบีบออกมาได้แค่ประโยคเดียว "คุณจะไปแบบนี้เลยเหรอ"
เฉินเยี่ยนชิงเลิกคิ้ว
"คุณให้เงินผมหมายความว่าไง" เสียงของลู่ฉือโจวสั่นเครือ เต็มไปด้วยเสียงสะอื้นที่กดไม่อยู่ จ้องเขาตรง ๆ "คุณเห็นผมเป็นอะไร"
เฉินเยี่ยนชิงเงียบไปสองวินาที สุดท้ายก็ค่อย ๆ เปิดปากพูด "เรื่องเมื่อคืน สนุกมาก แต่มันก็จบแค่นี้"
"อะไรเรียกว่าจบแค่นี้" ลู่ฉือโจวก้าวเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่ง เท้าเปล่าเหยียบเข้าไปในกรอบประตูลิฟต์ "คุณไม่ยอมแม้แต่จะบอกชื่อ ผม..."
"บอกนายแล้วยังไง"
เฉินเยี่ยนชิงเงยหน้าขึ้น แสงเย็นของลิฟต์ตกกระทบในดวงตาเขา ดวงตารูปดอกท้อคู่ที่ควรจะอาบไปด้วยเสน่หา ตอนนี้กลับเย็นชาราวกับน้ำแข็ง "รู้ชื่อของฉัน แล้วไงต่อ แอดวีแชท คุยเล่นกันสองสามวัน คบหากันแบบเด็กเล่นขายของ แล้วสุดท้ายก็แยกย้ายกันไป"
น้ำเสียงของเขาไม่หนักหน่วง ถึงขั้นเรียกว่าสงบนิ่งด้วยซ้ำ
"ปกติฉันงานยุ่งมาก ไม่มีเวลามาเล่นเกมจำอวดรักเธอรักฉันกับพวกเด็กนักเรียนหรอก" เฉินเยี่ยนชิงพูด "เมื่อคืนก็แค่งานอดิเรกความสนุกชั่วครั้งคราว เราต่างก็ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว แค่นี้ก็พอแล้ว"
ขอบตาของลู่ฉือโจวแดงก่ำ
เขากัดริมฝีปาก หน้าแน่นตึง ราวกับพยายามกลั้นอะไรบางอย่างอยู่เต็มที่ ผ่านไปสักพัก ถึงพูดออกมาด้วยเสียงแหบพร่าว่า "แต่ผมว่าไม่พอ"
เฉินเยี่ยนชิงมองดูดวงตาที่เปียกชื้นและดื้อดึงของเขา จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าลึก ๆ ในอกนุ่มยวบลงไป
เขาปล่อยมือจากปุ่มเปิดประตู
ลิฟต์ส่งเสียงเตือน 'ติ๊ง' ดังขึ้นครั้งหนึ่ง เตือนว่ากำลังจะปิด ลู่ฉือโจวเผลอก้าวเข้าไปอีกครึ่งก้าว ครึ่งตัวสอดเข้ามาแล้ว คิดจะใช้ร่างกายตัวเองกั้นประตูที่กำลังจะปิดลงนั่นไว้
เฉินเยี่ยนชิงถอนหายใจเบา ๆ
"ลู่ฉือโจว"
ลู่ฉือโจวนิ่งงันไป
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อของตัวเองจากปากของเฉินเยี่ยนชิง ไม่ใช่สองครั้งที่ถูกบังคับให้เรียกออกมาตอนอยู่บนเตียงเมื่อคืน แต่เป็นตอนนี้ กลางวันแสก ๆ ในลิฟต์ เฉินเยี่ยนชิงใช้เสียงเรียบเฉยไร้ระลอกของเขา เรียกชื่อเขาออกมาอย่างชัดเจน
"อย่าทำแบบนี้" เฉินเยี่ยนชิงพูด น้ำเสียงทุ้มต่ำลง "เชื่อฟังหน่อย กลับไปใส่รองเท้า พื้นเย็นนะ"
ลู่ฉือโจวจมูกแสบขึ้นมา น้ำตาแทบจะร่วงหล่น