ฉินเกอเอาศีรษะซบลงบนลำคอของสวี่ซิงเฉิน คลอเคลียซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เหมือนกับการทำเครื่องหมายกลิ่น
หลังจากคลอเคลียเสร็จ ก็ขยับเข้าไปดมฟุดฟิด
รู้สึกว่าตรงนั้นยังมีกลิ่นของไต้เหอหลงเหลืออยู่
เจ้าหมาน้อยไม่พอใจ
เจ้าหมาน้อยหงุดหงิด
เจ้าหมาน้อยครุ่นคิด
เจ้าหมาน้อยแลบลิ้นออกมา เลียทีหนึ่ง
ดวงตาของเจ้าหมาน้อยเป็นประกายขึ้นมาทันที ดูเหมือนว่าเขาจะค้นพบวิธีที่จะกลบกลิ่นนั้นแล้ว
เขาตื่นเต้นอยากจะทำต่อไปอีก
เขาไม่ทันสังเกตว่าร่างทั้งร่างของสวี่ซิงเฉินแข็งทื่อไปหมดแล้ว ก่อนที่เขาจะทำต่อ ก็ถูกมือหนึ่งยื่นมาขวางไว้ก่อน
ใบหน้าของสวี่ซิงเฉินแดงก่ำไปหมด “นี่มึงทำอะไรของมึง”
ฉินเกอตอบอย่างอาจหาญ “ตัวนายมีกลิ่นอื่นติดมา ฉันจะเลียให้สะอาดให้เอง”
เมื่อกี้เวลามันสั้นเกินไป เขาสัมผัสได้แค่ความนุ่ม นุ่มยิ่งกว่าเต้าหู้ที่นุ่มที่สุดในโลกเสียอีก
แล้วก็หอมมากด้วย
พอคิดถึงตรงนี้ แววตาของเขาก็มีประกายหม่นหมองวาบผ่านไป
เขายังอยากจะทำต่ออีก
สวี่ซิงเฉินทั้งโมโหทั้งขำ “กลับไปนั่งที่ ฟังอาจารย์สอน อย่ากวนฉันอีก ไม่งั้นฉันจะกระทืบมึงให้ตายเลย”
ฉินเกอใช้ความคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง “ดวงดาว ฉันยินดีนะ”
เพราะชีวิตนี้ของเขา ก็คือดวงดาวเป็นคนช่วยชีวิตเอาไว้
สวี่ซิงเฉิน ยิ้มบาง
พูดอะไรไม่ออกเลย
รอบ ๆ อบอวลไปด้วยความตื่นเต้นที่ถูกกดเอาไว้จนถึงขีดสุด
รูปภาพพร่ามัวรูปหนึ่งเริ่มถูกส่งต่อแบบไวรัล
ทุกคนที่เห็นรูปนั้น ต่างก็คลั่งเหมือนเป็นบ้า กรี๊ดเงียบ ๆ ตื่นเต้น กระทืบเท้า ยิ่งกว่านั้นบางคนแทบจะหายใจไม่ทัน
“จุ๊บแล้ว จุ๊บแน่นอน! เสือดาวน้อยลูกแมวน้อย ฉันเกิดแล้ว”
“ฉันโสดได้ แต่ xxc กับ qg ต้องรักกัน!!”
“ฮี่ ฮี่ฮี่”
“ชีวิตต่อยฉันหนึ่งหมัด ฉันนอนพูดว่า ซินโหย่วสั่วเกอ มันหวานจัง”
“ฉันไม่มีคู่ก็ได้ แต่เตียงของคู่จิฉันต้องสั่นสะเทือนระดับสิบ”
“《ชีวิตประจำวันของนางงามผู้ถูกสั่งสอน》อัปเดตตอนใหม่แล้ว แม่งเอ๊ย qg นี่เป็นประเภทไม่หยอกไม่เลิกเลยสินะ”
ฉินเกอชินกับการถูกจ้องมองจากทุกทิศทุกทางมานานแล้ว ถึงแม้จะเป็นแบบอ้อม ๆ แอบ ๆ ก็หนีไม่พ้นสายตาเขา
เขาไม่แคร์
แต่เขาไม่ชอบให้สายตาเหล่านั้นตกลงมาที่สวี่ซิงเฉิน ไม่ว่าจะเป็นสายตาแบบไหนก็ตาม
หลังเลิกคาบ เขารีบพาสวี่ซิงเฉินออกจากห้องเรียนทันที
หาที่ที่ไม่มีคน แล้วก็อยากจะทำเรื่องที่ค้างไว้เมื่อก่อนหน้าต่ออีก
เขาเอาแต่คลอเคลียไปทางสวี่ซิงเฉินไม่หยุด เหมือนกับเจ้าหมาตัวโตที่ติดเจ้าของ
แต่ว่าเขาลืมเรื่องรูปร่างของตัวเองไปเสียสนิท สวี่ซิงเฉินถูกเขาเบียดจากฝั่งนี้ของทางเดินไปถึงฝั่งโน้น รำคาญจนแทบแย่
สวี่ซิงเฉินยื่นมือออกไปผลักอกฉินเกอหลายครั้ง ขวางปากที่ฉินเกอจะยื่นขึ้นมาเลียเอาไว้
ครั้งสุดท้าย สัมผัสลื่นชื้นแผ่วเบาส่งมาจากกลางฝ่ามือ
ฉินเกอเลียทีหนึ่งในท่าทางแบบนี้แหละ
สวี่ซิงเฉินเหมือนถูกอะไรบางอย่างเผาลวกเข้าให้ มือหดกลับไปทันที
นิ้วมือที่งอหดเข้าไป หดซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ มันสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
เหมือนถูกไฟเผา ร้อนผ่าวจนน่าตกใจ
ความรู้สึกนั้นเหมือนเปลวไฟที่ลามไปตามปลายนิ้ว แพร่กระจายไปทั่วทั้งร่าง
ความปรารถนาที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าและอาการคันยุบยิบถูกกระตุ้นออกมา อยากเข้าไปใกล้ อยากสัมผัส
เขาบีบฝ่ามือของตัวเองแน่น เสียงยังคงรักษาระดับปกติ “ของสกปรก นายนี่มัน ไม่รังเกียจบ้างเลยหรือไง”
ฉินเกอทบทวนอย่างจริงจัง “มันหอมนะ”
หอม นุ่ม มาก บอกไม่ถูกว่าเป็นรสชาติแบบไหนกันแน่
ฉินเกออยากจะทำต่อไปอีกเหลือเกิน ไหนจะเล่าความรู้สึกของตัวเองให้สวี่ซิงเฉินฟังอีก
สวี่ซิงเฉินหลบเขา แล้วเดินเร็ว ๆ จากไป
ใกล้จะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว
ไม่ได้ อย่างน้อยก็ตอนนี้ จะแสดงท่าทางแบบนี้ออกไปต่อหน้าฉินเกอไม่ได้
ฉินเกอคิดอยู่พักหนึ่ง ในหัวก็มีประกายความคิดแวบขึ้นมาทันที แล้วก็ดีใจตามไปติด ๆ
“ดาว นายอายหรือเปล่า”
สวี่ซิงเฉินเดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ “อายบ้าอะไรกันเล่า”
ฉินเกออยู่ข้าง ๆ จ้องเขาอย่างไม่ละสายตา “ฉันรู้ว่านายอาย ก็เพราะฉันจุ๊บนายหนึ่งทีใช่ไหม”
ฉินเกอทำเป็นหน้าแก่รอบรู้ “มันเป็นเรื่องปกติธรรมดา”
“ฉันอยากช่วยเหลือนายมานานแล้ว แต่นายไม่ยอมมาตลอด”
“พวกเขาก็ทำกันหมด”
“ถึงจะเป็นให้พี่น้องshaung——”
ใบหน้าของสวี่ซิงเฉินทั้งหน้าเหมือนจะลุกเป็นไฟขึ้นมา ดวงตาที่ระยิบระยับดุจผิวน้ำนั้นเจือปนไปด้วยความอายและโมโหที่บรรยายไม่ถูก “ฉินเกอ มึงหุบปากเดี๋ยวนี้”
ฉินเกอจ้องสวี่ซิงเฉินในสภาพนั้นแล้วก็เผลอตะลึงไปสองวินาที ดาวนี่ช่างสวยจริง ๆ สวยกว่าทุกคนที่เขาเคยเห็นมา
สวี่ซิงเฉินเดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ “บ่ายนี้ฉันจะไปหาอาจารย์ที่ปรึกษา อย่าตามฉันมา”
ฉินเกอไม่สบอารมณ์จนทำเสียงจิ๊จ๊ะสองที สุดท้ายก็ไม่ได้ตามไป
อาจารย์ที่ปรึกษาของสวี่ซิงเฉิน น่ารำคาญมาก
ถ้าเขาไปวอแวตามตื๊อดาวตอนนี้ อาจารย์นั่นต้องสั่งงานดาวเป็นพรืดเลยล่ะ ทำให้เป็นวัน ๆ กว่าจะเจอดาวอีก
“คาบเสร็จเมื่อไร ฉันจะไปรับ”
“ไม่ต้อง”
สวี่ซิงเฉินหายไปต่อหน้าฉินเกอ
ท่าทางมีชีวิตชีวาของฉินเกอค่อย ๆ หุบลง กลับกลายเป็นท่าทีห่างเหินเหมือนเดิม
เขารับโทรศัพท์
คนที่ปลายสายรายงานอะไรบางอย่าง
ฉินเกอตอบอืออย่างไม่ค่อยใส่ใจ “เร็วที่สุด ภายในวันนี้”
“จัดการเสร็จก็มารับฉัน ไปที่บริษัทที”
ดาวไม่อยู่ เขาก็ไม่สนใจจะไปฟังคาบเรียนที่เขาเรียนจบไปตั้งนานแล้วเหมือนกัน
สวี่ซิงเฉินก็กำลังโทรศัพท์อยู่
เขาโทรหาอาจารย์ที่ปรึกษาของเขา เขามีธุระต้องออกไปช่วงบ่าย ถ้าฉินเกอถามก็ช่วยปิดบังให้หน่อย
เสียงอาจารย์เต็มไปด้วยความรังเกียจ “ก็แค่ความสามารถแค่นี้เอง”
อาจารย์รู้สึกไม่เข้าใจเลย คนอย่างเธอทำไมถึงได้รับศิษย์เอกเป็นคนแบบนี้ ถูกฉินเกอต้อนจนอยู่ในกำมือได้
“บ่ายนี้จะไปทำอะไร ถึงต้องจงใจปิดบังฉินเกอ พวกเอ็งไม่ใช่แฝดสยามที่ไม่ว่าจะไปฉี่ที่ไหนก็ต้องไปด้วยกันหรือไง”
จู่ ๆ อาจารย์ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “จะไปนอกใจฉินเกอ?”
พูดไปพูดมา อาจารย์เริ่มตื่นเต้นขึ้นมา “อยากให้ช่วยไหม มีรุ่นพี่ชายหญิงใช้ได้ตามสบายนะ”
สวี่ซิงเฉิน “…”
“มีธุระนิดหน่อย เดี๋ยวก็กลับมา”
“โอ้~ เข้าใจแล้ว วางใจได้ ไม่มีปัญหา เรื่องนี้ยกให้เป็นหน้าที่ของอาจารย์เอง”
สวี่ซิงเฉินไม่ได้แก้ตัว อาจารย์ของเขาถึงบางครั้งจะดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ก็พึ่งพาได้มากทีเดียว
ฉินเกอมีเรียนช่วงบ่าย คงจะไม่ไปหาเขาเร็วเกินไป
เขาเรียกรถแท็กซี่ ไปโรงพยาบาลสาม
หมอเป็นลูกพี่ลูกน้องของเฉียนเหล่ยเหล่ย แซ่หลิน
ฉินเกอมีนิสัยชอบควบคุมทุกอย่างสูงมาก ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับสวี่ซิงเฉิน เขาต้องจัดการด้วยตัวเอง โรงพยาบาลหลายแห่งมีหุ้นของตระกูลฉินและมีคนของตระกูลฉินอยู่ เรื่องนี้สวี่ซิงเฉินเลยขอให้เฉียนเหล่ยเหล่ยช่วย
คุณหมอหลินดูรายงานการตรวจของสวี่ซิงเฉิน
“นอนไม่ค่อยหลับ ใจสั่น จู่ ๆ ก็มีอาการผิวหนังแสบและชา ยิ่งกว่านั้นบางครั้งก็ต่อต้านการสัมผัสจากคนอื่นอย่างรุนแรง”
“คุณซิงเฉิน โรคของคุณพัฒนาเข้าสู่ระยะกลางถึงปลายแล้วนะครับ ต้องรีบเข้ารับการรักษาแล้ว”
สวี่ซิงเฉินพอจะสังหรณ์ใจอยู่แล้ว ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก “กินยาแล้ว แต่ไม่ค่อยเห็นผลชัดเจน”
“โรคกลัวการถูกสัมผัสผิวหนัง ถ้าพูดตามหลักการแพทย์ถือว่าเป็นโรคทางจิตครับ การพึ่งยาแต่เพียงอย่างเดียวได้ผลค่อนข้างจำกัด คำแนะนำของผมคือคุณน่าจะหาคู่หู ไม่ว่าจะเป็นแฟนผู้ชายหรือแฟนผู้หญิง เริ่มจากเรื่องที่ง่ายที่สุดก่อน อย่างการสัมผัส การกอด หรือแม้แต่ขั้นต่อไป”
คุณหมอหลินให้คำแนะนำที่ดูเป็นมืออาชีพมากที่สุด “ค่อย ๆ ทำให้รู้สึกชินกับการถูกสัมผัส บางทีอาจจะแก้ไขปัญหานี้ได้ คนไข้ก่อนหน้านี้หลายคนก็ทำแบบนี้ ได้ผลค่อนข้างดีนะครับ”
คุณหมอหลินยิ้ม “ถ้าจำเป็น ผมช่วยหาคนมาให้คุณได้นะครับ”