“จิ่นชู ผู้ชายหล่อขนาดนี้ เธอไปจ้างมาจากไหนน่ะ”
ตอนยกแก้วชน คุณอาเล็กถามอย่างไม่หวังดี
“จ้างมาเหรอคะ” ซูจิ่นชูไม่เข้าใจ
คุณอาเล็กพูดว่า “ก็คนกันเองทั้งนั้น เธอไม่ต้องปิดบังพวกเราหรอก คุณน้าก็บอกพวกเราหมดแล้ว ตระกูลหลินถอนหมั้น เธอเลยหาคนมาให้ดูดีไปวัน ๆ ว่าแต่เด็กคนนี้ เราก็เป็นญาติกัน ยังไงพวกเราก็ไม่หัวเราะเยาะเธอหรอก จะเสียเงินทำไมกัน”
แม่เลี้ยงปล่อยข่าวลืออีกแล้วเหรอ
ซูจิ่นชูโกรธจนเม้มปาก กำลังจะอธิบาย
แต่กู้หมิงเฉินกลับโอบไหล่เธอไว้ แล้วพูดแทรกขึ้นก่อนว่า “ผมกับซูซูเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย คุณอาเล็กเชื่อสายตาตัวเอง หรือจะเชื่อปากคนอื่นดีล่ะ”
พูดจบก็กวาดสายตาคมกริบ ส่งสายตาเตือนอย่างชัดเจน
เจาซิ่วลี่ตกใจสะดุ้ง
สายตาของหมอนี่...น่ากลัวจริง ๆ!
“กินข้าว ๆ”
คุณอาเขยพูดไกล่เกลี่ย ยิ้มแย้มเชื้อเชิญทุกคน
“รออีกสักครู่ ยังมีคนสำคัญอีกคนที่ยังไม่มา” กู้หมิงเฉินพูด
ซูต้าจื้อบ่นอย่างไม่พอใจ “ใครกัน งานสำคัญขนาดนี้ยังมาสายอีก”
“มาแล้ว”
กู้หมิงเฉินมองไปที่ประตู ไม่สนใจคำบ่นของซูต้าจื้อ แล้วจูงมือซูจิ่นชูเดินไป
ซูจิ่นชูยังนึกว่าเป็นญาติของเขา แต่พอใกล้ถึงประตูถึงได้เห็นว่าเป็นคุณยายเสียได้
คุณยายซูสวมชุดกี่เพ้าสีแดงสด ใบหน้าเบิกบานนั่งอยู่บนรถเข็น มีผู้ช่วยพยาบาลเข็นเข้ามา
ซูจิ่นชูซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ
ผู้ชายคนนั้นบีบอุ้งมือเธอเบา ๆ แล้วเตือนว่า “ไปทักทายคุณยายสิ”
ซูจิ่นชูพยักหน้าทั้งน้ำตา ก้มลงโอบกอดคุณยายด้วยความตื้นตัน
งานแต่งครั้งนี้มีคุณยายอยู่ด้วย สำหรับเธอแล้วนี่คืองานแต่งที่สมบูรณ์แบบที่สุด!
หลังจากงานเลี้ยงเลิก ซูจิ่นชูกับกู้หมิงเฉินไปส่งคุณยายที่โรงพยาบาลด้วยกัน
คุณยายซูรู้จักกาลเทศะดี ไม่ยอมนั่งรถคันเดียวกับพวกเขา
ในรถมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนกับกลิ่นที่ลอยออกมาจากตัวเขา ทำให้เธอนั่งข้างเขาแล้วตื่นเต้นจนมือออกเหงื่อ
“คุณรู้ได้ยังไงว่าคุณยายฉันอยู่โรงพยาบาล แล้วยังไปรับท่านมาด้วย”
“ซูจิ่นชู วัยยี่สิบสี่ปี พ่อแม่เธอหย่ากันตอนเธออายุได้หกเดือน ไม่นานพ่อก็แต่งงานใหม่ เธอถูกส่งไปอยู่กับคุณยาย คุณยายเป็นคนเลี้ยงเธอขึ้นมา ในเมื่อผมแต่งกับเธอ เรื่องที่เกี่ยวกับเธอ ผมก็ต้องสืบให้ชัดเจน” กู้หมิงเฉินพูดช้า ๆ
ซูจิ่นชูถามด้วยความประหลาดใจ “คุณเป็นใครกันแน่”
คนธรรมดาทั่วไป คงสืบข้อมูลของเธอได้ละเอียดขนาดนี้ในเวลาอันสั้นไม่ได้
“เราเคยเจอกันที่บริษัท” กู้หมิงเฉินตอบอย่างคลุมเครือ
ซูจิ่นชูคิดในใจ ท่านประธานบริษัทของพวกเธอก็แซ่กู้เหมือนกัน
คนที่เธอแต่งงานด้วย คงไม่ใช่ญาติของท่านประธานหรอกนะ!
พอยานพาหนะมาถึงโรงพยาบาล ทั้งสองคนก็ลงจากรถพร้อมกัน
แต่กลับไม่ได้ไปที่ห้องผู้ป่วยของคุณยาย กลับขึ้นไปอีกสองชั้น
“ที่นี่...”
“ผมให้คนจัดห้องวีไอพีให้คุณยาย หาผู้ช่วยพยาบาลมืออาชีพคนใหม่มาดูแลท่าน” กู้หมิงเฉินอธิบาย
“คุณกู้...ขอบคุณนะคะ!”
ซูจิ่นชูมองเขา ซาบซึ้งจนไม่รู้จะพูดอะไรดี
ตอนนี้คำพูดใด ๆ ก็ไม่อาจสื่อถึงความกตัญญูของเธอได้!
“คุณเป็นภรรยาผม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณสมควรได้รับ”
กู้หมิงเฉินมองเธอด้วยดวงตาลึกล้ำ เอ่ยอย่างมีความหมาย
ซูจิ่นชูถูกสายตาของเขามองจนเขิน ใบหน้าแดงก่ำ
กัดริมฝีปากเล็กน้อย แล้วถามเบา ๆ อีกครั้ง “ฉันขอ...รบกวนคุณอีกเรื่องได้ไหมคะ”
“เรื่องอะไร”
“คือว่าในเมื่อเราจัดการเรื่องคุณยายเรียบร้อยแล้ว คุณช่วยพูดอะไรดี ๆ ให้ท่านสบายใจหน่อยได้ไหมคะ ฉันรู้ว่าคำขอนี้มันเกินไปหน่อย แต่ว่า...ได้โปรดเถอะค่ะ!”
ซูจิ่นชูพนมมือ นัยน์ตาเป็นประกายอ้อนวอนเขา
ก่อนหน้านี้เธอเองก็เคยขอร้องหลินซือหย่วนแบบนี้ แต่ไม่ว่าเธอจะอ้อนวอนยังไง หลินซือหย่วนก็ไม่ยอมรับปาก
“คนที่เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ผมไม่อยากแม้แต่จะมองเลยด้วยซ้ำ นี่ยังจะให้ผมไปสัญญากับเธออีกเหรอ ถ้าวันหลังผมทำไม่ได้ แล้วเธอตายไป เกิดกลับมาหาผมเอาเรื่องจะทำยังไง”
“ผมจะพยายามให้ดีที่สุด” ผู้ชายตอบ
“ขอบคุณนะคะ!”
ซูจิ่นชูซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ
ถึงเขาจะรับปากแค่ว่าพยายาม แต่เธอก็รู้สึกขอบคุณอย่างเหนือจะกล่าว!
ตอนนั้นเอง ผู้ช่วยพยาบาลก็เข็นคุณยายเข้ามา
ซูจิ่นชูรีบรับรถเข็นจากมือผู้ช่วยพยาบาลมาดูแลคุณยาย
ห้องวีไอพีกว้างขวางสว่างไสว แค่เตียงผู้ป่วยก็กว้างกว่าเดิมเท่าตัว
ในห้องยังมีเตียงสำหรับผู้ช่วยพยาบาลนอนเฝ้าได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
พอจัดแจงเรียบร้อย
ถึงคุณยายซูจะเหนื่อย แต่ก็ยังกุมมือซูจิ่นชูแล้วพูดว่า “ดีจริง ๆ ที่ได้เห็นซูซูของเราสละโสดแล้ว คุณยายจะตายก็ตาหลับแล้ว”
“คุณยาย...”
ซูจิ่นชูก้มหน้า ดวงตาแดงก่ำ!
กู้หมิงเฉินกุมมืออีกข้างของคุณยายซูไว้ ไม่มีความรังเกียจแม้แต่น้อย น้ำเสียงนุ่มนวลพูดว่า “คุณยายสบายใจได้เลยนะครับ หลังจากนี้ผมจะดูแลซูซูอย่างดี ไม่ให้เธอต้องเจ็บช้ำแม้แต่น้อย”
ซูจิ่นชูมองเขาด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะพูดอะไรที่ซึ้งใจได้ขนาดนี้
แล้วเขายังเรียกเธอว่าซูซูอีก...
นอกจากคุณยายแล้ว ยังไม่เคยมีใครเรียกเธอด้วยความเอ็นดูแบบนี้มาก่อน
“ฝากซูซูด้วยนะ หมิงเฉิน คุณยายวางใจ”
คุณยายซูพูดด้วยความปลื้มใจ
กู้หมิงเฉินยังสัญญาอีกหลายข้อ จนกระทั่งคุณยายซูง่วงนอน ถึงได้หยุดให้คุณยายพักผ่อน
“ไปกันเถอะ!”
กู้หมิงเฉินพาซูจิ่นชูออกไป
ตอนออกจากโรงพยาบาล ไฟถนนก็สว่างหมดแล้ว
เรื่องของคุณยายจัดการเรียบร้อย ใจของเธอลดเรื่องใหญ่ลงไปได้เรื่องหนึ่ง จึงอดไม่ไหวที่จะหลับไปในรถ
“ตื่นหน่อย”
ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน จู่ ๆ ก็ได้ยินใครเรียก
พอลืมตาขึ้น ก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายคนนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“ขอโทษค่ะ ฉันเผลอหลับ”
ตกใจรีบสะดุ้งตื่น ถอยกรูด
กู้หมิงเฉินพูดเรียบ ๆ ว่า “ถึงบ้านแล้ว”
แค่เข้าใกล้กันนิดหน่อย เธอก็ประหม่าขนาดนี้ ราวกับกระต่ายน้อยที่ตื่นตระหนก
ถ้าเมื่อกี้เขาอุ้มเธอ เธอคงกลัวมากกว่าเดิม หรืออาจจะดิ้นหนีจนตกจากอ้อมกอดก็ได้!
“ขอโทษค่ะ ฉันจะลงรถเดี๋ยวนี้”
ซูจิ่นชูเอ่ยขอโทษอีกครั้ง แล้วรีบลงจากรถ
แต่พอลงจากรถแล้ว มองสภาพแวดล้อมที่แปลกตาก็นิ่งงัน!
นี่ไม่ใช่บ้านของเธอสักหน่อย ไม่ใช่หอพักด้วย
“ที่นี่ที่ไหนคะ”
“บ้านของเรา” กู้หมิงเฉินตอบ
ซูจิ่นชูมองเขาอย่างตกตะลึง
กู้หมิงเฉินพูดว่า “เป็นไปได้ไงที่แต่งงานกับผมแล้ว จะกลับไปอยู่บ้านตัวเอง”
“แต่เราสองคน...”
จะอยู่ด้วยกันได้ยังไง
“เข้ามา”
ผู้ชายจูงมือเธอ
ฝ่ามือกว้างใหญ่กำมือเล็กบางของเธอไว้อย่างแข็งกร้าว ไม่ยอมให้เธอดึงออก
ซูจิ่นชูก็ถูกบังคับให้เดินตามเขาเข้าไปด้วยอาการแบบนี้
บ้านหลังใหญ่ตระการตา หรูหราสง่างาม
เธอเองก็เคยไปบ้านตระกูลหลิน นึกว่าบ้านพักของตระกูลหลินก็อลังการพอแล้ว แต่พอก้าวเข้ามาที่นี่ถึงได้รู้ว่าเล็กแค่ไหนเมื่อเทียบกับอะไร?
เขา เป็นใครกันแน่
ถึงมีรถหรูขับ แล้วยังอยู่บ้านดี ๆ แบบนี้ได้
“คุณท่าน คุณผู้หญิง”
คนรับใช้ยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบสองแถว พอพวกเขาเดินเข้ามา ก็โค้งคำนับทักทายพร้อมเพรียงกัน
ซูจิ่นชูตกใจสะดุ้ง
“พ่อบ้านอู๋ พรุ่งนี้จัดการหาคนที่ฉลาด ๆ มาดูแลคุณผู้หญิง” กู้หมิงเฉินสั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำ
ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าโค้งคำนับอย่างเคารพ แล้วพาทุกคนออกไป
“ฉันไม่ต้องให้ใครมาดูแลหรอกค่ะ ฉันสามารถ...”
“คุณต้องใช้มัน ตอนนี้ขึ้นไปพักผ่อนข้างบนกับผมนะ”
ผู้ชายไม่พูดเปล่า แต่กลับพูดแทรกเธอขึ้นมา แล้วจูงมือเธอเดินขึ้นบันได