“ซูจิ่นชู คุณหมายความว่ายังไง? คุณคิดว่ามีท่านประธานถานหนุนหลัง คุณถึงมาสั่งฉันได้งั้นเหรอ?”
เหวินฟางทำหน้าบึ้งตึง ตำหนิซูจิ่นชูด้วยความไม่พอใจอย่างมาก
ซูจิ่นชูทำสีหน้าประหลาดใจแล้วพูดว่า “หัวหน้าเหวินคะ ฉันแค่อยากรู้ว่าเมื่อวานฉันเกือบเกิดเรื่อง มันเป็นอุบัติเหตุหรือมีคนจงใจกันแน่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับท่านประธานถานล่ะคะ? ต่อให้ท่านประธานถานไม่ใช่คนหนุนหลังฉัน แต่ในฐานะผู้เสียหาย ฉันก็ควรมีสิทธิ์ที่จะรู้ความจริงไม่ใช่หรือคะ! หรือว่าเรื่องเมื่อวานไม่ใช่อุบัติเหตุจริง ๆ แต่มีคนตั้งใจวางแผนไว้ตั้งแต่แรก?”
“คุณกล้าพูดกับฉันแบบนี้เหรอ?” เหวินฟางตวาดอย่างโกรธเคือง
ซูจิ่นชูทำสีหน้าจริงจังแล้วพูดว่า “คุณเป็นหัวหน้าของฉัน ฉันก็ควรเคารพคุณค่ะ แต่ถ้าคุณจงใจจะให้ฉันเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ พวกเราก็เป็นแค่พนักงานของกู้ซื่อกรุ๊ปเหมือนกัน แค่ตำแหน่งต่างกัน ไม่ได้มีใครสูงส่งกว่าใคร คุณจะไม่ยอมให้คำตอบที่สมเหตุสมผลกับฉันก็ได้นะคะ ถ้าอย่างนั้นเราลองไปหาผู้บริหารระดับสูงด้วยกัน ให้ผู้บริหารระดับสูงเป็นคนตัดสินดีไหมคะ”
“ซูจิ่นชู อย่าคิดนะว่าท่านประธานถานเป็นคนหนุนหลังคุณ...”
“ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าฉันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับท่านประธานถาน แต่หัวหน้าเหวินคะ คุณพูดย้ำแล้วย้ำอีกว่าท่านประธานถานเป็นคนหนุนหลังฉัน ดูท่าเรื่องนี้คงจะเกี่ยวข้องกับท่านประธานถานด้วย ถ้าอย่างนั้น เราไปถามท่านประธานถานให้รู้เรื่องรู้ราวกันดีกว่า”
“ซูจิ่นชู...”
“หัวหน้าเหวินคะ ท่านประธานถานมาแล้วค่ะ”
พี่เล่อเอ๋อเดินเข้ามาหลังจากเคาะประตู แล้วรายงานด้วยท่าทีเกรง ๆ
เหวินฟางมองซูจิ่นชูด้วยความประหลาดใจ เธอนึกว่าซูจิ่นชูได้บอกกล่าวกับถานหย่วนเฉิงไว้ก่อนแล้ว