ทั่วทั้งห้องรับแขก มีเพียงเสียงซู่ซ่าตอนกู้เฉินแกะเปลือกกุ้งเท่านั้น
บรรยากาศชวนกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง แต่กู้เฉินอยากฟังต่อเป็นพิเศษ จึงกินเผือกต่อไป
ซ่งอวี้หลินที่อายุ 12 ปี สูงเกือบ 1.70 เมตร ลุกพรวดขึ้นยืน
“พี่รองโง่หรือเปล่า? พี่ทำไปก็เพื่อเธอแท้ ๆ แล้วทำไมเธอยังไปพูดต่อหน้าคนนอกว่าพี่บีบคั้นตระกูลเฉินอีกล่ะ?”
ซ่งอวี้เจี๋ย น้องสาวตัวแสบกะพริบตาปริบ ๆ แล้วเบ้ปาก “พี่สี่นี่โง่จริง ๆ พี่รองไม่ได้โง่สักหน่อย เธอฉลาดจะตาย”
“เหลวไหล! แยกแยะผิดถูกไม่เป็น ไม่รู้จักว่าอะไรดีอะไรชั่ว แบบนี้ตรงไหนเรียกว่าฉลาด?” ซ่งอวี้หลินอารมณ์ร้อนจนตาและปลายจมูกแดงก่ำ
ซ่งอวี้เจี๋ยเชิดหน้าฮึดฮัด “พี่รองก็บอกเองว่าเต็มใจ แถมยังท้องลูกของผู้ชายคนนั้นด้วย! ในใจพี่รอง เธอกับผู้ชายคนนั้นเป็นครอบครัวเดียวกัน ส่วนพี่ใหญ่กับพวกเราเป็นคนนอกไปแล้ว!”
“เธอรู้ว่าพี่ใหญ่ไม่มีทางทอดทิ้งเธอ เลยใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ไปเอาใจแม่สามีในอนาคตกับผู้ชายคนนั้น ให้คนตระกูลเฉินคิดว่าเธอเข้าข้างครอบครัวสามี ไม่แอบช่วยเหลือครอบครัวเดิม!”
ซ่งอวี้ปิงชะงักไป น้องสาวตัวแสบคนนี้ฉลาดเกินไปแล้ว!
แต่ตอนที่ไม่มีเรื่องวุ่นวาย เธอก็เอาแต่ยุ่งหาเงิน ไม่มีเวลาคอยชี้แนะน้อง
ฉลาดเกินไปจนทำให้ตัวเองพลาดพลั้ง ก่อเรื่องที่ทำร้ายคนอื่นแต่ไม่ได้ประโยชน์อะไร สุดท้ายยังถูกผลของการกระทำนั้นย้อนกลับมาเล่นงาน ชีวิตบั้นปลายก็แสนรันทด
“แค่ก ๆ ๆ!” ผู้ใหญ่บ้านซ่งอ่านเอกสารทุกฉบับที่ซ่งอวี้ปิงนำกลับมาเสร็จแล้วจึงได้สติ “อวี้ปิง วันนี้อยู่คนเดียวคงกลัวมากสินะ?”