ซ่งอวี้ปิงรู้ดีว่า ต่อให้สามีภรรยาคู่นี้ไม่หย่ากัน พวกเขาก็ไม่มีทางเลี้ยงลูกให้ดี
ตอนนี้ทั้งคู่ต่างบอกว่าพบรักแท้แล้ว งั้นก็ขอให้รักกันจนตายจากกันไปเลย!
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “พวกเขายอมจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกก็ดีอยู่หรอก แต่ฉันไม่เชื่อใจพ่อแม่ของฉัน”
“ฉันจะร่างข้อตกลงเรื่องค่าเลี้ยงดู ให้ไป๋ซื่ออวี่กับหวังอวี้เหลียนลงชื่อรับรองด้วย! ถ้าพ่อแม่ฉันจ่ายไม่ไหว ก็ให้สองคนนี้เป็นคนรับผิดชอบ!”
หวังอวี้เหลียนเงียบไป
ไป๋ซื่ออวี่ก็ไม่พูดอะไรเช่นกัน
ซ่งอวี้ปิงยิ้มเยาะ “พวกคุณไม่ใช่รักแท้หรอกเหรอ? ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วจะตาย แบบนี้เป็นแค่คำพูดลอย ๆ งั้นเหรอ?”
เจ้าหน้าที่พยักหน้า “ถ้ายังตกลงเรื่องค่าเลี้ยงดูไม่ได้ ก็ต้องเคารพความเห็นของเด็กก่อน ยังหย่าไม่ได้ค่ะ”
ฟางซินเยว่พลันเอามือแตะท้อง “ซื่ออวี่ ฉันท้องลูกของคุณแล้วนะ คุณคงไม่อยากให้ลูกของเราเกิดมาอย่างไร้สถานะหรอกใช่ไหม?”
ไป๋ซื่ออวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ได้ ฉันจะจ่ายค่าเลี้ยงดูให้เด็กทั้งสองคน ซ่งฉางชวน นายคงไม่คิดจะไม่จ่ายหรอกใช่ไหม?”
ซ่งฉางชวนมองหวังอวี้เหลียนด้วยแววตาอ่อนโยน “ที่รักอวี้เหลียน คุณไม่อยากอยู่กับผมอย่างเปิดเผย แล้วใช้ชีวิตคู่กันอย่างมีความสุขเหรอ?”
หวังอวี้เหลียนนึกถึงร่างกายกำยำของซ่งฉางชวน ความปรารถนาที่อยากเป็นผู้หญิงเต็มตัวพลันถูกปลุกขึ้นมา ในฐานะนักธุรกิจหญิง เธอจะยอมเสียหน้าไม่ได้ “ฉันจ่าย!”
ซ่งอวี้ปิงชะงักไป ถึงขนาดนี้แล้วยังยอมตกลงกันอีกเหรอ?
หรือว่าความรักบ้าบอแบบนี้มีอยู่จริง? รักแท้เหรอ?
เจ้าหน้าที่เตือนว่า “พวกคุณเป็นคนมีรายได้สูง ค่าเลี้ยงดูจะคิดแบบคนทั่วไปไม่ได้ค่ะ”
ซ่งอวี้ปิงได้สติกลับมา
ถ้าเธอไม่เรียกให้หนัก ก็ไม่สมกับความทุกข์ที่เคยเจอในชาติก่อน!
ยิ่งไม่สมกับ “รักแท้” ของพวกเขา!
สุดท้ายหลังจากต่อรองกันแล้ว แต่ละคนต้องจ่ายเดือนละ 800 หยวน รวมสี่คนเป็น 3,200 หยวน และเพิ่มขึ้นปีละ 5% หากไม่จ่ายตามกำหนด เธอจะฟ้องทันที
นอกจากนี้ ยังต้องจ่ายค่าจ้างพี่เลี้ยงให้ผู้ปกครองตัวจริงเดือนละ 1,000 หยวน โดยจ่ายปีละครั้งเช่นกัน
ไป๋ซื่ออวี่กับหวังอวี้เหลียนพยักหน้าตกลง ท่ามกลางสายตาคาดหวังของคนรักแต่ละคน
ซ่งอวี้ปิงนึกถึงตัวเองในชาติก่อน ที่เป็นตัวซวยตัวจริง
เจ้าหน้าที่กรอกข้อตกลงเรื่องค่าเลี้ยงดูฉบับใหม่ จากนั้นทั้งสี่คนก็ลงชื่อและประทับลายนิ้วมือ
20 นาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ก็ยื่นใบโอนเงิน 2 ใบ ซึ่งรวมค่าพี่เลี้ยงและค่าเลี้ยงดูตลอด 1 ปีให้ซ่งอวี้ปิง
ใบโอนเงินแต่ละใบระบุยอดรวมค่าเลี้ยงดูและค่าพี่เลี้ยง 25,200 หยวน ทั้งหมดมี 2 ใบ รวมเป็นเงิน 50,400 หยวน
ซ่งอวี้ปิงถือใบโอนเงิน มองดูพ่อแม่ที่พากันไปจดทะเบียนสมรสกับคนรักอย่างมีความสุข แล้วก็อดครุ่นคิดไม่ได้
พ่อแม่ของเธอมีเสน่ห์อะไรกันแน่?
พวกเขามีคุณงามความดีอะไร ถึงทำให้เศรษฐีชายหญิงแย่งกันแต่งงานด้วย?
คู่รักสมองกลับทั้งสองคู่หย่ากันอย่างเบิกบาน แล้วไปจดทะเบียนสมรสกันอย่างชื่นมื่น
ซ่งอวี้ปิงกำใบโอนเงิน 2 ใบกับข้อตกลงเรื่องค่าเลี้ยงดูสามฝ่ายไว้ในมือ ก่อนจะค่อย ๆ ถอยหลังและเดินออกจากสำนักงานกิจการพลเรือน
ซ่งอวี้ปิงไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้อย่างไร แต่หลังจากไปถอนเงินที่ธนาคาร เธอก็เห็นว่าในบัญชีมีเงินอยู่ห้าหมื่นกว่าหยวน
เธอยิ้มออกมา!
ตอนนี้ทุกอย่างไม่เหมือนชาติก่อนแล้ว
ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป!
อากาศร้อนระอุ แดดแผดเผา
ซ่งอวี้ปิงซื้อไอศกรีมคอร์นเนตโตของวอลล์ที่แพงที่สุดในร้าน!
รสช็อกโกแลต 1 แท่ง กับรสสตรอว์เบอร์รีอีก 1 แท่ง
ชาติก่อนเธอประหยัดทุกอย่างเพื่อเลี้ยงน้องชายกับน้องสาว ไม่เคยยอมซื้อของกินให้ตัวเอง ตอนนี้เธอจะไม่ทำให้ตัวเองต้องลำบากอีกแล้ว
กัดช็อกโกแลตคำหนึ่ง แล้วกัดสตรอว์เบอร์รีอีกคำ
ถือเป็นการชดเชยให้ตัวเองในชาติก่อน!
แต่ไม่รู้ทำไม น้ำตาถึงยังไหลพรากออกมาไม่หยุด
เธอไม่รอรถเมล์แล้ว เรียกแท็กซี่กลับไปที่ท่าเรือ แล้วนั่งเรือข้ามฟากกลับบ้าน
พออาฮวาเห็นซ่งอวี้ปิงกลับมา ก็รีบกระโดดลงจากตู้ “อวี้ปิง ขวางไม่ให้พวกเขาหย่าได้ไหม?”
ซ่งอวี้ปิงอุ้มอาฮวาขึ้นมา แล้วลูบขนแมวเบา ๆ “ขวางไม่ได้”
“งั้นภาระทั้งสี่คนก็ต้องตกมาอยู่ที่เธออีกเหรอ?” อาฮวาขนฟูฟ่องด้วยความโมโห “ฉันอุตส่าห์ทำทุกวิถีทางให้พวกเราได้เกิดใหม่ ไม่ใช่เพื่อกลับมาเป็นตัวซวยอีกชาติสักหน่อย”
“อวี้ปิง เอาบัตรประชาชนกับทะเบียนบ้านไปด้วยกันไหม? เราไปต่างถิ่นกันเถอะ เธอมือไม้คล่องแคล่ว ขยันอดทน ไปอยู่ที่อื่นแล้วเราก็มีชีวิตสุขสบายได้เหมือนกัน”
ซ่งอวี้ปิงหัวเราะ แล้วเอาแก้มถูหัวแมวสามสีอาฮวา “ไม่ต้องย้ายถิ่นหรอก ฉันได้ค่าเลี้ยงดูมาแล้ว น้องชายกับน้องสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทั้งสี่คนได้คนละ 800 หยวนต่อเดือน รวมเป็น 3,200 หยวน”
“แล้วเธอล่ะ? ยังจะเลี้ยงน้อง ๆ ฟรี ๆ แล้วเสียสละตัวเองเป็นตัวซวยอีกเหรอ?” อาฮวาโบกอุ้งเท้าน้อย ๆ พร้อมขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไม่หยุด
ถ้าซ่งอวี้ปิงพยักหน้าเมื่อไร มันจะข่วนหัวเธอให้เปิดออก ดูให้รู้ว่าข้างในเป็นสมองหรือเต้าหู้
ซ่งอวี้ปิงหัวเราะ “ฉันก็ไม่ได้เหนื่อยเปล่าสักหน่อย มีค่าจ้างพี่เลี้ยงเดือนละ 1,000 หยวน!”
“1,000 หยวนเหรอ?” อาฮวาตาเป็นประกาย “เงินแค่ 1 หยวนก็ซื้อปลาเส้นอบแห้งได้ตั้ง 1 ห่อแล้ว!”
ซ่งอวี้ปิงยิ้มหวาน “1,000 หยวนซื้อปลาเส้นอบแห้งได้ตั้งเยอะ กินไม่หมดหรอก กินยังไงก็ไม่หมด”
“เหมียว ๆ~~” อาฮวาหรี่ตาอย่างมีความสุข
ซ่งอวี้ปิงกอดอาฮวาไว้ ที่แท้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่อาฮวามอบให้เธอ ทำให้เธอมีโอกาสได้เกิดใหม่
เธอจะไม่เป็นตัวซวยอีกแล้ว และจะพาอาฮวาไปใช้ชีวิตสุขสบาย มีของกินดี ๆ ให้กินไม่ขาด
“อวี้ปิง ตรงนั้นมีของดี” จู่ ๆ อาฮวาก็ตาเป็นประกาย มองไปทางที่เมฆดำหนาทึบที่สุด สายฟ้าฟาดเฉียงลงมาผ่านกลุ่มเมฆเป็นระยะ
ซ่งอวี้ปิงมองตามทิศที่อาฮวาชี้ “น้ำกำลังจะลงพอดี เป็นเวลาที่เหมาะกับการออกไปหาของทะเล อาฮวา ฉันจะไปหาของทะเล เก็บเงินสร้างบ้านหลังใหญ่กับซื้อรถ”
ซ่งอวี้ปิงสวมเสื้อกันฝน
อาฮวาเดินตาม “ฉันก็จะไปด้วย ฉันรู้สึกว่าวันนี้พวกเราจะได้ของดีเยอะเลย”
“ได้สิ พาไปด้วย” ซ่งอวี้ปิงหาถุงปุ๋ยผสมมาใบหนึ่ง แล้วสวมให้ตัวอาฮวา “ทำตัวดี ๆ อย่าซนล่ะ!”
“ฉันช่วยได้นะ!” อาฮวายืดอกอย่างภูมิใจ แล้ววิ่งนำหน้าไป
ซ่งอวี้ปิงถือถังใบเล็กเดินตามอาฮวาไปยังชายทะเลเพื่อหาของทะเล
เธอมีประสบการณ์มาก จึงไม่ไปหาของทะเลแถวเดียวกับคนอื่น แต่เดินไปยังจุดลับที่เธอเคยพบในชาติก่อน
บริเวณนั้นมีโขดหินเยอะและลาดชัน ค่อนข้างอันตราย
ชาติก่อนเธอจนจนแทบบ้าเพราะต้องเลี้ยงน้องชายกับน้องสาว ความอันตรายไม่น่ากลัวเท่าความยากจน
ทุกครั้งที่ไปที่นั่น เธอจับอาหารทะเลราคาแพงได้เยอะมาก
ตอนนี้เธอยังสาว ร่างกายคล่องแคล่วกว่าเดิม จึงอยากไปลองเสี่ยงโชคดู
ซ่งอวี้ปิงปีนข้ามโขดหินสูงชัน พิจารณาร่องรอยเล็กน้อยบนพื้นก็รู้ได้ว่าใต้โขดหินก้อนไหนมีอาหารทะเลซ่อนอยู่
อาฮวาชี้ไปยังหินก้อนใหญ่สองสามก้อน “อวี้ปิง ตรงนี้มี!”
ซ่งอวี้ปิงย่อตัวลงกับพื้น ใช้คีมเหล็กแหย่เข้าไปด้านใน
ไม่ต้องมอง แค่ใช้สัมผัสก็รู้ว่าใช่แน่
คีมเหล็กในมือเธอราวกับมีตา คีบปูได้อย่างรวดเร็วแล้วดึงกลับมา
ปูม้าตัวอ้วนใหญ่ตัวหนึ่งถูกจับขึ้นมาได้แบบนั้น
ซ่งอวี้ปิงจับตรงกระดองด้านหลังแล้วยกชั่งน้ำหนักในมือ คาดว่าน่าจะหนักประมาณ 300 กรัม
ตัวนี้เป็นปูตัวผู้ ขนาดค่อนข้างใหญ่
ซ่งอวี้ปิงโยนปูม้าลงถัง แล้วมองหาตัวต่อไป
แค่บริเวณนี้แห่งเดียว ซ่งอวี้ปิงก็จับปูม้าตัวผู้ตัวเมียได้สิบกว่าตัว แค่เอาของพวกนี้ไปขายก็ได้เงินไม่น้อยแล้ว!
พอปีนออกจากบริเวณโขดหิน ซ่งอวี้ปิงก็เตรียมไปขุดหอยหลอด
อาฮวาเหมือนจะสัมผัสได้ถึงพลังลึกลับ จึงวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ซ่งอวี้ปิงเห็นดังนั้นก็รีบตะโกน “อาฮวา อย่าวิ่งซน!”
อาฮวาไม่รู้ว่าเป็นอะไร ถึงได้วิ่งตามไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
