“ระบบ วิเคราะห์โมริตะ คานะหน่อย!”
【ติ๊ง! โฮสต์ ระบบไม่สามารถวิเคราะห์คนเป็นได้...】
หยางหลิ่วถอนหายใจ
เป็นอย่างที่คิด ยังทำไม่ได้สินะ?
【ตรวจพบความผิดปกติ!! บนร่างคนเป็นผู้นี้มีรอยประทับกลิ่นอายเทพเจ้า!!】
【ต้องการวิเคราะห์รอยประทับเทพเจ้าหรือไม่?!】
“รอยประทับเทพเจ้า?!”
หยางหลิ่วอึ้งไป ก่อนจะกล่าวว่า “วิเคราะห์!”
【วิเคราะห์รอยประทับเทพเจ้าเสร็จสิ้น!!】
【แหล่งที่มาของรอยประทับ: เทพจิ้งจอกสวรรค์!!】
【สังกัด: เทพบริวารขั้นสองใต้บัญชาแห่งจันทร์โลหิต!!】
【หมายเหตุ: เทพองค์นี้ใช้ชื่อว่า “ประมุขจิ้งจอก” เดินทางไปทั่วแดนเถื่อน ชอบใช้ร่างอวตารล่อลวงสิ่งมีชีวิตที่มีพรสวรรค์ แล้วใช้วิธี “เตาหลอมมนุษย์” เพื่อดูดกลืนปราณ ผู้ที่ถูกทำเครื่องหมายจะมีหูและหางเป็นจิ้งจอก ทั้งยังถูกญาณของเขาควบคุม!】
【ระดับอันตราย: สูงมาก!! ไม่แนะนำให้โฮสต์เผชิญหน้าโดยตรง!!】
“เทพบริวารขั้นสองใต้บัญชาแห่งจันทร์โลหิต...”
หยางหลิ่วพึมพำในใจ “เทพจิ้งจอกสวรรค์! ประมุขจิ้งจอก? มีเทพเจ้าอีกองค์แล้วงั้นหรือ?!”
เขาอดนึกถึงรูปสลักแมวดำที่จาร์วิสบูชา ซึ่งพบเจอบนเกาะขั้วโลกเหนือไม่ได้
เทพแห่งแสงแก้ว!
เป็นเทพบริวารขั้นสามใต้บัญชาแห่งจันทร์โลหิต และลงมาด้วยจิตสำนึกเช่นกัน เพียงแต่เจ้าหมอนั่นใช้วิชามารดูดเลือด สุดท้ายจิตสำนึกอวตารก็ถูกมู่หรงเสวี่ยยิงระเบิดด้วยกระสุนนัดเดียว!
“เทพเจ้าเหล่านี้เป็นอะไรกันไปหมด?!” หยางหลิ่วสบถในใจ
“คนหนึ่งแล้วคนหนึ่งเล่า เอาแต่เล่นวิชามารประหลาด ๆ เทพแห่งแสงแก้วใช้วิชาดูดเลือด ส่วนเทพจิ้งจอกสวรรค์นี่ใช้เตาหลอมมนุษย์! ใต้บัญชาแห่งจันทร์โลหิตไม่มีดีสักองค์!”
ตอนนั้นเอง หยางหลิ่วนึกถึงเทพธิดาเอลฟ์ของตน
นอกจากจะเป็นเทพธิดาแล้ว ยังเป็นเทพที่ไม่เรียกร้องสิ่งใด ขออะไรก็ให้ อย่างปืนกลแกตลิงที่พ่นไฟสีน้ำเงิน ขอไปก็ได้ปืนกลแกตลิงที่พ่นไฟสีน้ำเงินมาจริง ๆ
นี่สิถึงจะเรียกว่าเทพเจ้า!
“อาจารย์โมริตะ” หยางหลิ่วเอ่ยถามขึ้นกะทันหัน “ผู้ชายจิ้งจอกคนนั้น...เคยสอนคุณเหรอ?”
